Tweatypup’s Nicknacks

April 14, 2008

ฟรีแลนซ์เดินทาง

เวลาคนที่มีอาชีพอิสระ ไม่มีคนจ้างเป็นหลักแหล่งแน่นอน นึกอยากออกนอกประเทศไปดูโลก…ถ้าไม่นับการหาเงินค่าตั๋วเครื่องบินและค่าเที่ยว เรื่องปวดหัว(ใจ)ที่สุดก็คือการขอวีซ่า เว้นแต่ว่าไปเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์ก็แล้วไป ไม่ต้องเหนื่อย

แต่ถ้าเป็นพวกชอบเที่ยวเองอย่างฉัน เพราะไม่มีระเบียบวินัยในการนอน การตื่นหรือการกิน ไม่ชอบรอคนมากๆ และไม่อยากให้คนจำนวนมากต้องมารอฉันคนเดียว ก็ต้องเหนื่อยยากกับการขอวีซ่าด้วยตัวเอง ปกติ ก็เป็นที่รู้กันดีว่าวีซ่าของประเทศไฮโซฯ หรูเลิศอย่างสหรัฐฯ อังกฤษหรือประเทศในทวีปยุโรปนั้นช่างขอได้ยากเย็นและมีความเสี่ยง(ดวง)สูง ต่อให้คุณมีงานการทำเป็นหลักเป็นฐานก็ตาม แล้วคนที่เป็นฟรีแลนซ์ ไม่มีจดหมายรับรองจากเจ้านาย ไม่มีสลิปเงินเดือนเป็นหลักฐานแสดงว่ามีรายได้ประจำก้อนงามที่ไม่น่าทิ้งขว้างเพื่อไปเป็นโรบินฮู้ดในบ้านเขา แถมยังโสดสนิท ไม่มีลูก ไม่มีสามีอย่างฉัน งานนี้จึงยิ่งยากเป็นสองเท่า

กระนั้น ฉันก็สามารถขอวีซ่าอังกฤษมาได้แล้ว 2 รอบแบบสบายๆ และกำลังจะไปขอวีซ่าเชงเก้นเพื่อเข้าประเทศสเปน ซึ่งตอนแรกทำท่าว่าจะยากโหดหินกว่าการขอวีซ่าอังกฤษเสียอีก แต่ทำไปทำมากลับง่ายกว่า ถ้ามีหลักฐานครบถ้วนทุกอย่างตามที่สถานทูตเรียกร้อง เจ้าหน้าที่จะบอกคุณเลยว่าได้หรือไม่ได้ แล้วค่อยจ่ายเงิน ไม่ใช่จ่ายเงินไปแล้ว ยังต้องรอลุ้นเวลาเปิดซองเหมือนของอังกฤษว่าจะได้หรือไม่ได้วีซ่า

ฉันมานั่งนึกๆ ดูว่ามีอะไรบ้างที่จะทำให้ชาวฟรีแลนซ์ดูดีมีหลักมีฐาน จะได้บอกกล่าวเล่าสิบกัน ตอนที่ฉันไปขอวีซ่า นอกจากหลักฐานที่ต้องเอาไปแสดงแน่ๆ เช่น พาสปอร์ต รูปถ่าย ฉันก็พยายามรวบรวมหลักฐานประกอบใบสมัครไว้ประมาณนี้

- หลักฐานทางการเงินและทรัพย์สิน ยิ่งมากยิ่งดี มีกี่บัญชีเอามาโชว์ให้หมด เกจิฯ ท่านว่า ขอให้มีมากกว่าค่าใช้จ่ายที่ประมาณไว้ (ในใบสมัครขอวีซ่าอังกฤษจะถามด้วยว่ามีงบประมาณในการเดินทางเท่าไหร่) หรือถ้าคุณมีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเอง ยิ่งดีใหญ่ จงนำโฉนดที่ดินและบ้านไปแสดงเสียดีๆ คนที่เปิดบริษัท เป็นเจ้าของกิจการ ก็ต้องเอาใบทะเบียนพาณิชย์ หลักฐานทางภาษีหรืออะไรต่อมิอะไรที่แสดงว่ากิจการคุณมีจริง ไปโชว์ด้วย หรือคนที่ซื้อกองทุนรวมหรือมีการลงทุนอย่างอื่นที่คล้ายๆ กัน ก็จงนำหลักฐานไปแสดงด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อแสดงว่าคุณมีทรัพย์ศฤงคารอยู่ที่บ้านเมืองนี้มากมายจนไม่อาจตัดใจไปอยู่ประเทศอื่นได้ 

- ตัวอย่างงานเขียน ทั้งตัวจริงและสำเนา (ถ้าเป็นคอลัมน์ในนิตยสาร ควรพกไปแบบยกเล่ม แล้วใช้โพสต์อิทแปะหน้าที่มีงานของเราไว้ ถ้ามีหน้าที่มีการลงชื่อว่าเราเป็นคอลัมนิสต์ด้วยยิ่งดี) ขนไปให้ดูกันชัดๆ อย่างเพื่อนฉันเป็นนักเขียน มีพ็อคเก็ตบุ๊คหลายเล่ม เธอก็เลยขนไปเป็นตั้ง ให้ดูกันจนสะใจไปข้างหนึ่ง หรือถ้าเป็นฟรีแลนซ์ประเภทอื่น เช่น ช่างภาพ ก็ขนพอร์ทโฟลิโอของคุณนั่นแหละไปให้เขาดู

- จดหมายรับรองจากนิตยสาร สำนักพิมพ์ หรือบริษัทที่เราทำงานให้เป็นประจำ (หรือไม่ประจำก็ได้)

- สำเนาบัตรเครดิต มีกี่ใบ ถ่ายเอกสารไปให้ดู จะได้รู้ว่าฉันก็มีเครดิตดี

- ประกันชีวิตเวลาเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งสำเนาและตัวจริง (บางประเทศต้องใช้ อย่างของสเปนจะมีรายชื่อให้ดูเลยว่าไปทำที่ไหนได้บ้าง)

-ใบจองตั๋วเครื่องบิน ใบจองโรงแรม (ฉันและเพื่อนใช้วิธีจองผ่านเน็ตที่ www.hostelworld.com ซึ่งสะดวก ที่พักผ่านการคัดกรองมาแล้วระดับหนึ่ง ตามที่ไปพักมาก็ยังไม่เจอโรงแรมไหนที่อุบาทว์จนทนไม่ได้เลย แล้วค่าธรรมเนียมการจองก็ค่อนข้างถูก แต่คุณต้องมีบัตรเครดิตนะคะ) และแผนการเที่ยวคร่าวๆ ว่าคุณจะไปอยู่ตรงไหนของประเทศเขาบ้าง

หลักๆ ก็มีประมาณนี้ ส่วนเรื่องเที่ยวสเปน เอาไว้หายขี้เกียจแล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าเจออะไรมาบ้าง

March 11, 2008

ซื้อตั๋ว…หัวใจจะวาย

2-3 วันที่ผ่านมานี้ ฉันปสด. กับการซื้อตั๋วออนไลน์เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุผลหลายประการ

เจ้าแรกที่ฉันไปซื้อของของเขาเป็นการรถไฟของสเปน เรื่องของเรื่องก็คือฉันจะไปเที่ยวสเปน และจะนั่งรถไฟข้ามคืนจากบาร์เซโลนาไปกรานาดาเพื่อประหยัดค่าโรงแรม ทีนี้ วันที่คาดว่าจะเดินทางนั้นเป็นคืนวันเสาร์ ฉันก็เกิดอาการ ปสด. ว่าจะไม่มีตั๋ว เพราะคนคงจะเดินทางเยอะ จึงตกลงกับเพื่อนที่จะไปด้วยว่า ไหนๆ โลกเราก็ไฮเทคขนาดนี้แล้ว เราก็ควรจะซื้อตั๋วล่วงหน้าทางอินเตอร์เน็ทกันดีกว่า

แต่แล้วเว็บไซต์ของการรถไฟบ้านเขา (renfe.es) ก็ทำให้ฉันงงกระจาย เพราะมีแต่ภาษาสเปนล้วนๆ แถมตอนที่เข้าไปเช็คตั๋วนั้น ฉันใช้เครื่องแมค ไม่ใช่พีซี ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าบราวเซอร์ยี่ห้อซาฟารีของแมคนั้น บางครั้งก็ไม่ซัพพอร์ตหรืออ่านค่าของหน้าเว็บไซต์ได้อย่างถูกต้อง ฉันกดโน่นกดนี่ดูก็ไม่รู้เรื่องสักที เลือกโหมดภาษาอังกฤษไป ก็ปรากฏว่าเป็นภาษาอังกฤษอยู่ 1-2 หน้า แล้วก็กลับมาเป็นภาษาสเปนอีก อะไรกันหว่า????emoticon

แล้วฉันก็โบ้ยให้คุณครูที่เคยสอนภาษาสเปนฉันช่วยดูให้ (นับว่าเป็นเวรกรรมของครูที่มารู้จักฉันและหมั่นติดต่อสื่อสารกันเป็นระยะๆ)emoticon คุณครูที่แสนดีก็เข้าไปดูตามลิงค์ที่ฉันส่งไปและบอกวิธีซื้อมาให้เสร็จสรรพ

วันที่ฉันเข้าไปซื้อตั๋วตามคำแนะนำทีละขั้นตอนของครูนั้นเอง ที่ฉันเหลือบไปเห็นตัวเลือกเล็กๆ ที่มุมล่างซ้ายของจอว่า "Select Your Language" และเมื่อเลือกภาษาอังกฤษ ทุกอย่างก็จะเป็นภาษาอังกฤษสมใจ ทำให้ฉันต้องด่าตัวเองว่าเป็นนังกระบืออยู่ตั้งนาน และแอบขออภัยพระอาจารย์ที่ไปรบกวนเวลาของแกด้วย

จากนั้นฉันก็ซื้อตั๋วตามขั้นตอนอย่างสะดวก กระทั่งมาถึงขั้นตอนของการการปรินท์ตั๋ว ปรากฏว่าทำยังไงตั๋วก็ไม่โผล่ขึ้นมา หน้าต่างมีแต่สีขาวที่ว่างเปล่า อ้าว! ยังไงกันวะเนี่ย!?…แล้วถ้ากรูปรินท์ไม่ได้ จะเอาหลักฐานที่ไหนไปบอกเขาว่าฉันซื้อตั๋วแล้วนะ

หงุดหงิดๆ …โทรไปหาเพื่อนร่วมทริป เพื่อนก็ช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากช่วยฟัง ระหว่างนั้น ฉันก็ย้ายไปเปิดหน้าต่างใหม่เพื่อซื้อตั๋ว "วังแดง" หรือพระราชวังอะลัมบรา (Alhambra) เพราะที่นี่เขาจำกัดจำนวนผู้ชมต่อวัน ถ้าไม่อยากเสียเวลาต่อคิวและเสี่ยงดวง ก็ควรซื้อตั๋วล่วงหน้าเช่นกัน

ปรากฏว่า เจ้านี้ก็มีปัญหา เลือกเวลาที่อยากได้ก็ปรากฏว่าตั๋วเต็ม พอเลือกวันถัดมา กรอกรายละเอียดบัตรเครดิตลงไป หน้าจอก็อึ้งอยู่นานสองนาน แล้วก็เด้งกลับไปอยู่หน้าแรกเหมือนเดิม

อะไรกันวะเนี่ย!!!  ฉันอุทานในใจและนอกใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ หลังจากพากเพียรกรอกรายละเอียดใหม่ หน้าจอก็ยังไม่ไปไหน แต่มีข้อความบอกว่าให้ใส่  Middle Name ด้วย…โห พี่คะ คนไทยเขาไม่มีอะค่ะ ไอ้ชื่อกลางเนี่ย นามสกุลพ่อ นามสกุลแม่เขาก็ไม่ได้เอามาใช้หมดเหมือนคนสเปนนะคะพี่ แล้วพี่จะให้หนูทำไง?

เจ้าหน้าจอจอมดื้อยังคงยืนยันอยู่อย่างนั้นว่า ยังไงๆ แกก็ต้องใส่ "ชื่อกลาง" แหม! มันน่ายก "นิ้วกลาง" ให้เป็นยิ่งนัก แล้วฉันก็ลองใส่นามสกุลแม่มั่วๆ ไป เผื่อฟลุค

กลายเป็นว่ามันเด้งกลับไปที่หน้าแรกอีก วนอยู่อย่างนี้จนฉันยอมแพ้ กะว่าวันรุ่งขึ้นค่อยว่ากันใหม่ แต่ก่อนจะลุกจากเครื่องพีซี ก็แวะส่งอี-เมลไปถึง renfe ว่าฉันปรินท์ตั๋วของแกไม่ได้ จะให้ทำยังไงยะ?

และแล้วก่อนที่จะปิดอินเตอร์เน็ทนั่นเอง ก็มีหน้าต่างของ Acrobat ขึ้นมา บอกให้อัพเดทเวอร์ชันใหม่สักที ของที่แกใช้อยู่นั้นมันโบร่ำโบราณเหลาเหย่จะแย่แล้ว ฉันเห็นว่าไม่เสียหาย คิดว่าระหว่างรอมันอัพเดทก็จะอาบน้ำไปพลางๆ จะได้ไม่เสียเวลานั่งรอ

พอฉันกลับมานั่งหน้าจออีกครั้งเพื่อ Install โปรแกรมที่อัพเดทมาใหม่ ฉันก็นึกเอะใจ ลองไปค้นใน History ของหน้าเว็บที่เพิ่งเปิดไป แล้วลองคลิกเข้าไปที่ url หน้าจอของ renfe ที่บอกให้ปรินท์ตั๋ว ปรากฏว่าคราวนี้ มีตั๋วรถไฟหน้าตาไฮโซฯ เผยโฉมออกมาอย่างสวยงาม สรุปว่าที่ปรินท์ไม่ได้นั้น เป็นเพราะโปรแกรม Acrobat ของฉันเก่าเกินไปนั่นเอง น่าอายจริงๆemoticon

กลับมาที่ตั๋วอะลัมบราในวันรุ่งขึ้น กะว่า เที่ยวนี้ถ้าซื้อไม่ได้ ก็จะลงทุนซื้อตั๋วทัวร์ทั่วเมือง (BONO Turistico) หรือ Granada City Pass ซึ่งจะเป็นตั๋วรวมมิตรค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองรวมทั้งพระราชวังอะลัมบราและใช้เป็นตั๋วรถเมล์ได้ด้วย แต่เรื่องของเรื่องก็มันแพงกว่ามากๆ (ราว 30 ยูโร ตั๋วอะลัมบราราคาแค่ 13 ยูโร รวมค่าธรรมเนียมการจอง) แล้วเราก็มีเวลาไม่มากนักที่จะเที่ยวได้ทั่วเมืองแบบคุ้มค่าตั๋ว (แปลว่างกนั่นเอง)

ก่อนเปิดไปที่หน้าเว็บไซต์ของ alhambra-tickets.es ฉันแทบจะเสกคาถากันเลยทีเดียว ระหว่างนั้นก็โทรหาเพื่อนร่วมทริป คุยไปพลางพยายามจองตั๋วไปพลาง และในที่สุด ฉันก็ทำได้สำเร็จ!

กลายเป็นว่าเมื่อคืนก่อน ระบบของเว็บไซต์คงมีปัญหา เพราะคราวนี้ เมื่อฉันกรอกรายละเอียดเสร็จ หน้าจอใหม่ที่ขึ้นมาก็แจ้งว่า บัตรเครดิตของฉันไม่ใช่บัตรที่ใช้ในสเปน (ก็เออสิวะ) ฉะนั้น ฉันต้องกรอกที่อยู่และชื่อประเทศด้วย เอ้า กรอกก็กรอก…

หลังจากกรอกทุกอย่างที่พี่เขาอยากรู้เรียบร้อย รายการสั่งซื้อของฉันก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ เป็นอันรับรู้ว่า ฉันจองตั๋วสำเร็จแล้ว ให้ไปรับตั๋วที่กรานาดานะจ๊ะ แล้วอย่าลืมเอาบัตรเครดิตที่ใช้จองไปด้วยเน้อ

เป็นอันเรียบร้อยหมดเรื่องตั๋วๆ ที่เหลือก็ปวดหัวเรื่องจองโรงแรมกันต่อปายยยยย….






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Naoko M