วงดนตรีที่ทำให้ฉันกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง
เป็นเรื่องปกติสำหรับคนเชื่องช้า ไม่ทันโลก อย่างฉันที่จะนึก "เครซี่" อะไรสักอย่างหลังจากที่ชาวบ้านเขาเลิกเห่อไปนานแล้ว
เรื่องของเรื่องก็คือฉันเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นแฟนเพลงของซิลลี่ฟูลส์ อาจจะไม่ถึงขั้นแฟนพันธุ์แท้ แต่มันก็เกินคำว่าชอบเฉยๆ ไปแล้วล่ะนะ
เมื่อก่อน ซิลลี่ฟูลส์ ไม่ใช่วงที่ฉันติดอกติดใจเป็นพิเศษ แต่ฉันก็ชอบเพลงของพวกเขา สำหรับฉัน พวกเขาเป็นวงร็อคสัญชาติไทยที่น่าภูมิใจนะคะ เพราะความเป็นวงที่ดี ทำเพลงได้ดี เพียงแต่ฉันมีปัญหากับนักร้องนำคนเก่าของวง เนื่องจากรสนิยมส่วนตัวของฉัน กล่าวคือฟังเพลงของ ซิลลี่ฟูลส์ (สมัยก่อน) เกินสองเที่ยวเมื่อไหร่เป็นต้องปวดหัวเพราะเสียงร้องทำให้ฉันรู้สึกเครียด
ถ้าจะถามว่างานนี้เป็นความผิดของใคร ก็ต้องบอกว่าฉันคนเดียวนี่แหละที่ผิดเต็มๆ เพราะคุณโต-อดีตนักร้องนำวงนี้เป็นนักร้องที่เก่งมากนะคะ ช่วงเสียงกว้างมากด้วย แต่บังเอิญว่าฉันไม่ชอบเสียงแบบนี้ ในทำนองเดียวกับที่ฉันไม่ชอบ เซลีน ดิออน ร้องเพลง ทั้งที่เธอเป็นสุดยอดนักร้องหญิงของยุคนี้ แถมยังเป็นคนนิสัยดี (ฉันเคยดูโอปราห์ วินฟรีย์สัมภาษณ์เธอ ปรากฏว่า เซลีน เป็นคนน่ารักและมีอารมณ์ขันมาก)
ตอนที่ได้อัลบั้ม The One มา แล้วเปิดฟังเพลงแรก ได้ยินเสียงกีตาร์ของพี่ต้นก็รู้สึกว่า "ใช่เลย" ซิลลี่ฟูลส์ก็ต้องประมาณนี้ เสียงเบส์ของพี่หรั่งก็ใช่ เสียงกลองของพี่ต่อก็ใช่ แล้วเสียงร้อง…อ้อ นักร้องใหม่ ชื่อเบนจามิน…โอเค เสียงไม่เลวเลย
นั่นคือการฟังเพลงซิลลี่ฟูลส์ชุดใหม่ที่มีนักร้องใหม่เที่ยวแรกของฉัน ซึ่งแค่รับรู้ได้ว่าเพลงดี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าน่าตื่นเต้นนะคะ เพราะเปิดออกลำโพงคอมพิวเตอร์เห่ยๆ ซึ่งไม่ได้ให้รายละเอียดของเสียงได้ดีเท่าไหร่
แต่เมื่อมาฟังแบบใช้หูฟังแบบดีๆ หน่อย ถึงได้ยินรายละเอียดของเสียง ฉันก็คิดว่า โอ้โห เขามิกซ์เสียงดีจังนะ แล้วฉันก็รู้สึกว่านักร้องคนนี้เสียงเพราะจังเลย ถึงจะแอบขำนิดหน่อยที่เธอร้องไม่ชัดเป็นบางคำ ก็พี่เบนไม่ใช่คนไทยนี่นะ ร้องได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว เผลอๆ จะร้องชัดกว่านักร้องไทยบางคนเสียอีก แล้วฉันก็ว่าภาษาไทยที่แปร่งนิดๆ ของเธอนั้นน่าเอ็นดูออก ชวนอมยิ้มเหมือนเวลาฉันได้ยินคนสเปนหรืออเมริกาใต้พูดภาษาอังกฤษ ซึ่งฉันคิดว่าภาษาอังกฤษสำเนียงละตินนั้น น่ารักจะตายไป
ฉันเกิดอาการ "หลงเสียงนาย" โดยที่ยังไม่ทันเห็นหน้าค่าตาของพี่เบนเลยว่าจะประมาณไหน เรียกว่าเสียงถูกโฉลกอย่างแรง ยิ่งตอนหลังได้เห็นมือสวยๆ ของเธอ ยิ่งทวีความชอบเข้าไปใหญ่เพราะฉันเป็นมนุษย์โรคจิต ชอบดูผู้ชายมือสวย (ขอโทษนะคะพี่หรั่ง ตอนแรก(มือของ)พี่เป็นเบอร์หนึ่งของเรา แต่ตอนนี้ต้องยกให้พี่เบนแล้วล่ะค่ะ
)
พี่คนหนึ่งบอกว่าเสียงพี่เบนนั้น "ต้องอีกนิดนึง" ก็อาจจะใช่น่ะนะ ถ้าพี่เบนเสียงแหบและ "แรง" กว่านี้เหมือน เดวิด คุก เพลงก็คงมันสะใจกว่านี้ แต่ฉันก็ไม่ลืมหรอกว่าบางครั้งเวลาฟังเสียงพี่ชาด (Chad) วง Nickelblack หรือพี่สก็อต วง Creed มากๆ เข้าก็รู้สึกเหนื่อยหูได้เหมือนกัน
ที่สำคัญคือฉันรู้สึกว่าพี่เบนร้องเพลงแบบคนที่รักการร้องเพลงนะคะ ฉันหมายถึงว่าเธอมีอารมณ์อยู่ในเสียงร้องให้คนฟังรู้สึก ไม่ใช่คิดแต่จะโชว์พลังเสียง โชว์ลูกคออย่างเดียว การร้องเพลงถูกโน้ตเป๊ะๆ แต่ไร้อารมณ์น่ะ น่าเบื่อจะตาย ถ้าเป็นแบบนั้น ต่อให้ร้องเพลงดี เสียงดีอย่างไรก็ไม่มีความหมาย
และแล้วโดยไม่รู้ตัว ฉันก็เริ่มฮัมเพลงตามเสียงพี่เบน ในที่สุดก็เป็นการร้องออกมาดังๆ แล้วไม่ใช่แต่กับเพลงของซิลลี่ฟูลส์เท่านั้นหรอกนะ แต่เป็นเพลงของทุกคนที่ฉันเปิดฟังแล้วชอบ ฉันไม่ได้ร้องเพลงดังๆ มานานแล้ว นานจนเกือบจะลืมไปแล้วว่าการทำแบบนั้นทำให้ฉันรู้สึกดี ทั้งที่ตอนเด็กๆ ทำเป็นประจำ แล้วพอโตขึ้นก็เลิกไปด้วยเหตุผลโง่ๆ ที่คิดไปเอง อย่างเช่น คิดว่าตัวเองร้องเพลงห่วย กลัวจะอายเวลาคนอื่นว่าว่าร้องไม่เพราะ ฯลฯ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่เห็นจะเป็นเรื่องสำคัญ เรามีความสุขกับการร้องเพลง–ความสำคัญอยู่ตรงนั้นต่างหากเล่า
ขอบคุณซิลลี่ฟูลส์ ขอบคุณพี่เบน ที่ทำให้ฉันได้ความสุขของชีวิตคืนมาอีกอย่างหนึ่งค่ะ
