Tweatypup’s Nicknacks

May 30, 2009

วงดนตรีที่ทำให้ฉันกลับมาร้องเพลงอีกครั้ง

Filed under: Heard

เป็นเรื่องปกติสำหรับคนเชื่องช้า ไม่ทันโลก อย่างฉันที่จะนึก "เครซี่" อะไรสักอย่างหลังจากที่ชาวบ้านเขาเลิกเห่อไปนานแล้ว

เรื่องของเรื่องก็คือฉันเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นแฟนเพลงของซิลลี่ฟูลส์ อาจจะไม่ถึงขั้นแฟนพันธุ์แท้ แต่มันก็เกินคำว่าชอบเฉยๆ ไปแล้วล่ะนะ

Silly Fools

เมื่อก่อน ซิลลี่ฟูลส์ ไม่ใช่วงที่ฉันติดอกติดใจเป็นพิเศษ แต่ฉันก็ชอบเพลงของพวกเขา สำหรับฉัน พวกเขาเป็นวงร็อคสัญชาติไทยที่น่าภูมิใจนะคะ เพราะความเป็นวงที่ดี ทำเพลงได้ดี เพียงแต่ฉันมีปัญหากับนักร้องนำคนเก่าของวง เนื่องจากรสนิยมส่วนตัวของฉัน กล่าวคือฟังเพลงของ ซิลลี่ฟูลส์ (สมัยก่อน) เกินสองเที่ยวเมื่อไหร่เป็นต้องปวดหัวเพราะเสียงร้องทำให้ฉันรู้สึกเครียด

ถ้าจะถามว่างานนี้เป็นความผิดของใคร ก็ต้องบอกว่าฉันคนเดียวนี่แหละที่ผิดเต็มๆ เพราะคุณโต-อดีตนักร้องนำวงนี้เป็นนักร้องที่เก่งมากนะคะ ช่วงเสียงกว้างมากด้วย แต่บังเอิญว่าฉันไม่ชอบเสียงแบบนี้ ในทำนองเดียวกับที่ฉันไม่ชอบ เซลีน ดิออน ร้องเพลง ทั้งที่เธอเป็นสุดยอดนักร้องหญิงของยุคนี้ แถมยังเป็นคนนิสัยดี (ฉันเคยดูโอปราห์ วินฟรีย์สัมภาษณ์เธอ ปรากฏว่า เซลีน เป็นคนน่ารักและมีอารมณ์ขันมาก)

ตอนที่ได้อัลบั้ม The One มา แล้วเปิดฟังเพลงแรก ได้ยินเสียงกีตาร์ของพี่ต้นก็รู้สึกว่า "ใช่เลย" ซิลลี่ฟูลส์ก็ต้องประมาณนี้ เสียงเบส์ของพี่หรั่งก็ใช่ เสียงกลองของพี่ต่อก็ใช่ แล้วเสียงร้อง…อ้อ นักร้องใหม่ ชื่อเบนจามิน…โอเค เสียงไม่เลวเลย

นั่นคือการฟังเพลงซิลลี่ฟูลส์ชุดใหม่ที่มีนักร้องใหม่เที่ยวแรกของฉัน ซึ่งแค่รับรู้ได้ว่าเพลงดี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าน่าตื่นเต้นนะคะ เพราะเปิดออกลำโพงคอมพิวเตอร์เห่ยๆ ซึ่งไม่ได้ให้รายละเอียดของเสียงได้ดีเท่าไหร่

แต่เมื่อมาฟังแบบใช้หูฟังแบบดีๆ หน่อย ถึงได้ยินรายละเอียดของเสียง ฉันก็คิดว่า โอ้โห เขามิกซ์เสียงดีจังนะ แล้วฉันก็รู้สึกว่านักร้องคนนี้เสียงเพราะจังเลย ถึงจะแอบขำนิดหน่อยที่เธอร้องไม่ชัดเป็นบางคำ ก็พี่เบนไม่ใช่คนไทยนี่นะ ร้องได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว เผลอๆ จะร้องชัดกว่านักร้องไทยบางคนเสียอีก แล้วฉันก็ว่าภาษาไทยที่แปร่งนิดๆ ของเธอนั้นน่าเอ็นดูออก ชวนอมยิ้มเหมือนเวลาฉันได้ยินคนสเปนหรืออเมริกาใต้พูดภาษาอังกฤษ ซึ่งฉันคิดว่าภาษาอังกฤษสำเนียงละตินนั้น น่ารักจะตายไป

ฉันเกิดอาการ "หลงเสียงนาย" โดยที่ยังไม่ทันเห็นหน้าค่าตาของพี่เบนเลยว่าจะประมาณไหน เรียกว่าเสียงถูกโฉลกอย่างแรง ยิ่งตอนหลังได้เห็นมือสวยๆ ของเธอ ยิ่งทวีความชอบเข้าไปใหญ่เพราะฉันเป็นมนุษย์โรคจิต ชอบดูผู้ชายมือสวย (ขอโทษนะคะพี่หรั่ง ตอนแรก(มือของ)พี่เป็นเบอร์หนึ่งของเรา แต่ตอนนี้ต้องยกให้พี่เบนแล้วล่ะค่ะ emoticon

พี่คนหนึ่งบอกว่าเสียงพี่เบนนั้น "ต้องอีกนิดนึง" ก็อาจจะใช่น่ะนะ ถ้าพี่เบนเสียงแหบและ "แรง" กว่านี้เหมือน เดวิด คุก เพลงก็คงมันสะใจกว่านี้ แต่ฉันก็ไม่ลืมหรอกว่าบางครั้งเวลาฟังเสียงพี่ชาด  (Chad) วง Nickelblack หรือพี่สก็อต วง Creed มากๆ เข้าก็รู้สึกเหนื่อยหูได้เหมือนกัน

ที่สำคัญคือฉันรู้สึกว่าพี่เบนร้องเพลงแบบคนที่รักการร้องเพลงนะคะ ฉันหมายถึงว่าเธอมีอารมณ์อยู่ในเสียงร้องให้คนฟังรู้สึก ไม่ใช่คิดแต่จะโชว์พลังเสียง โชว์ลูกคออย่างเดียว การร้องเพลงถูกโน้ตเป๊ะๆ แต่ไร้อารมณ์น่ะ น่าเบื่อจะตาย ถ้าเป็นแบบนั้น ต่อให้ร้องเพลงดี เสียงดีอย่างไรก็ไม่มีความหมาย

และแล้วโดยไม่รู้ตัว ฉันก็เริ่มฮัมเพลงตามเสียงพี่เบน ในที่สุดก็เป็นการร้องออกมาดังๆ แล้วไม่ใช่แต่กับเพลงของซิลลี่ฟูลส์เท่านั้นหรอกนะ แต่เป็นเพลงของทุกคนที่ฉันเปิดฟังแล้วชอบ ฉันไม่ได้ร้องเพลงดังๆ มานานแล้ว นานจนเกือบจะลืมไปแล้วว่าการทำแบบนั้นทำให้ฉันรู้สึกดี  ทั้งที่ตอนเด็กๆ ทำเป็นประจำ แล้วพอโตขึ้นก็เลิกไปด้วยเหตุผลโง่ๆ ที่คิดไปเอง อย่างเช่น คิดว่าตัวเองร้องเพลงห่วย กลัวจะอายเวลาคนอื่นว่าว่าร้องไม่เพราะ ฯลฯ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่เห็นจะเป็นเรื่องสำคัญ เรามีความสุขกับการร้องเพลง–ความสำคัญอยู่ตรงนั้นต่างหากเล่า

ขอบคุณซิลลี่ฟูลส์ ขอบคุณพี่เบน ที่ทำให้ฉันได้ความสุขของชีวิตคืนมาอีกอย่างหนึ่งค่ะ

August 2, 2007

The rest is unwritten

Filed under: Heard

I am unwritten,

Can’t read my mind

I’m undefined

I’m just begining

the pen is in my hand

Ending unplanned

Staring at the blank page before you

Open up the dirty window

Let the sun illuminate the words

That you could not find

Reaching for something in the distance

So close you can almost taste it

Release your inner visions

Feel the rain on your skin

No one else can feel it for you

Only you can let it in

No one else, no one else

Can speak the words on your lips

Drench yourself in words unspoken

Live your life with arms wide open

Today is where your book begins

The rest is still unwritten

I break tradition

Sometimes my tries

Are outside the lines

Within condition

To not make mistakes

But I can’t live that way

Staring at the blank page before you

Open up the dirty window

Let the sun illuminate the words

That you could not find

Reaching for something in the distance

So close you can almost taste it

Release your inner visions

Feel the rain on your skin

No one else can feel it for you

Only you can let it in

No one else, no one else

Can speak the words on your lips

Drench yourself in words unspoken

Live your life with arms wide open

Today is where your book begins

The rest is still unwritten…

วันนี้นึกอะไรไม่ออก มีแต่เพลงนี้-UnWritten ของ นาตาชา เบดิงฟิลด์ วนเวียนอยู่ในหัว เพราะน้องๆ ที่ออฟฟิศเก่าที่เคยคุ้นต้องกลายเป็นคนว่างงาน เพราะนิตยสารที่เคยทำเกิดการเปลี่ยนเจ้าของ ฟังดูเหมือนเป็นจุดจบ แต่มันไม่ใช่หรอก ฉันว่าน้องๆ ก็คงรู้ดี ว่าเรื่องราวชีวิตของเรายังมีต่อ…






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Naoko M