Tweatypup’s Nicknacks

March 22, 2009

คิดจากความตาย

วันนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าเสียเพื่อนไปคนหนึ่ง

เพื่อนตายตั้งแต่วันพุธที่แล้ว เป็นเพื่อนที่ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยพบกันแบบตัวเป็นๆ และตอนนี้ก็คงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว

ฉันกับ ทริเชีย เจอกันในโลกไซเบอร์…บนเว็บบอร์ดที่พูดคุยกันถึงดาราคนโปรดของเรา "แก๊ง" ของเรามีสมาชิกจากทั่วโลก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสาวอเมริกันและแคนาดา

ทริเชีย อายุมากกว่าฉันนิดหน่อย เป็นคุณแม่ลูกสอง (ถ้าจำไม่ผิด) เป็นสาวอเมริกันทางใต้ที่ขี้เล่นและฉลาด เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง (เธอหย่าจากสามีโดยเป็นผู้จ่ายค่าเลี้ยงดูให้อีกฝ่าย) เป็นสาวติสท์ตัวจริง เธอทำงานด้านออกแบบและงานเธอสวยงามต้องรสนิยมฉันมาก ตอนหลังฉันถึงพบว่าเรามีศิลปินคนโปรดคนเดียวกันคือ แอร์เต้ (Erte)

ทริเชีย ยังเป็นนักเขียนที่เก่ง นิยายที่เธอเขียนโดยใช้บุคลิกของดาราขวัญใจของเราเป็นต้นแบบของบุคลิกพระเอกนั้นน่าทึ่ง ฉันอ่านไปก็นึกภาพออกเลยว่า "พี่จอห์น" ของพวกเราต้องพูดแบบนี้ในสถานการณ์อย่างนี้แน่ๆ คงไม่ต้องบอกว่าเพื่อนฝูงในแก๊งจะติด "นิยาย" ของ ทริเชีย กันงอมแงมขนาดไหน 

หลังๆ เราไม่ค่อยได้คุยกันนักเพราะฉันมัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับงานและชีวิต จะมีทักทายกันผ่านบล็อกเป็นครั้งคราวหรือคุยกันเมื่อ "พี่จอห์น" มีหนังใหม่เข้าฉายในโรง แต่ฉันก็ไม่คิดว่าจะได้ยินข่าวที่น่าตกใจขนาดนี้จากเพื่อนในโลกไซเบอร์อีกคนหนึ่งที่อยู่ในแก๊งเดียวกัน

แน่นอนว่าฉันเสียใจที่ ทริเชีย ต้องจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร และนึกโกรธที่ลูกๆ ของเธอสูญเสียแม่อย่างไม่ยุติธรรม เพราะทริเชียล้ม หัวฟาดพื้นในระหว่างทำงาน แต่ออฟฟิศของเธอปฏิเสธที่จะรับผิดชอบ

ทว่า การตายของ ทริเชีย ก็ทำให้ฉันกลับมาคิดถึงความหมายชีวิตและการใช้ชีวิตอีกครั้ง

คิด…ว่าเราควรจะใช้ชีวิตให้เต็มที่อย่างไร คิด…ว่าเราไม่ควรเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์อีกต่อไปล้ว คิด…ว่าเราไม่ควรละเลยการบอกรักคนที่เรารักและบอกขอบคุณคนที่มีน้ำใจกับเรา เพราะใครจะไปรู้ว่าวันสุดท้ายของแต่ละคนนั้นคือวันไหน?

ชีวิตคนเรานี้ช่างเปราะบางและแสนสั้นจริงๆ

March 6, 2009

เรื่องของหมาถูกทิ้ง

เมื่อไม่กี่วันก่อน แม่บ้านเล่าให้ฟังว่ามีคนเอาลูกหมามาปล่อยที่สวนอีกแล้ว ตอนนี้กำลังประกาศหาคนรับเลี้ยงอยู่

"สวน" ที่ว่านั้นคือสวนสาธารณะใกล้บ้าน มีขนาดกว้างขวางใหญ่โตพอสมควรและเป็นที่อยู่ของหมาไร้เจ้าของหลายตัว มีกลุ่มคุณลุงคุณป้าที่อยู่แถวนั้นคอยให้ข้าว โดยมีผู้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์หลายราย

ชะรอย คนคงเห็นว่าหมาข้างถนนที่นี่กินดีอยู่ดี ก็เลยนิยมเอาหมามาปล่อยให้ช่วยเลี้ยงอยู่บ่อยๆ บางตัวโชคดีก็มีคนถูกชะตา รับไปอุปการะ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังต้องพึ่งความเมตตาของคนแถวนั้น

บ้านฉันก็เคยเก็บหมาถูกทิ้งมาเลี้ยง เป็นหมาชิสุแก่ๆ ที่ถูกเจ้าของเอามาปล่อยทิ้งไว้ในซอย มันเดินวนเวียนอยู่แถวบ้านฉันหลายวันโดยมีคนในซอยผลัดกันให้ข้าวให้น้ำ และมีบ้านข้างๆ บ้านฉันที่ใจดีพอจะไม่ไล่ตะเพิดมันออกไปเมื่อมันแอบมุดรั้วมา "ขอนอน" ในตอนกลางคืน

ตอนนั้นเป็นหน้าฝน เป็นเวลาหลายวันที่ฉันทนเห็นมันเดินตากฝนไปมา ชะเง้อคอมองหาเจ้าของและหูผึ่งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงส้นสูงกระทบพื้น กว่าฉันจะตัดสินใจอุ้มมันเข้าบ้าน

ตอนแรกฉันไม่อยากรับเลี้ยงเลยเพราะที่บ้านก็มีหมาแสบๆ อยู่ตั้ง 7 ตัวแล้ว แต่คิดไปคิดมา มันก็เป็นแค่หมาตัวเล็กๆ เลี้ยงอีกสักตัวก็ใช่ว่าจะสิ้นเปลืองนักหนา

"ป้ากี้" เป็นชื่อที่คนในบ้านเรียก เพราะมันเป็นตัวเมียและแก่มาก อีกทั้งหลังจากเรียกชื่อนั้นชื่อนี้อยู่หลายรอบ เราก็เริ่มสังเกตได้ว่ามันจะหันมามองทุกครั้งที่เราเรียกชื่ออะไรก็ตามที่ลงท้ายว่า "กี้"

เลี้ยงมันไปไม่นาน ฉันก็รู้ว่าทำไมมันถึงถูกทิ้ง ทั้งที่ป้ากี้เป็นหมามารยาทงาม เรียบร้อยกว่าหมาทะโมนในบ้านฉันหลายขุม ไม่เคยเห่าเสียงดัง ไม่เคยนั่งน้ำลายยืดใส่คนในบ้านเพื่อขอขนม เวลากินข้าวก็ค่อยๆ เล็มและไม่เคยทำข้าวหกนอกจานเลย

แต่ยายป้ากี้ก็เป็นหมาที่อั้นฉี่ไม่ได้ นอนอยู่ดีๆ ก็ปล่อยฉี่นองพื้นซะงั้น ต้องตามเช็ดกันบ่อยๆ แต่ยังไม่ทันไปจับไปหาหมอเป็นเรื่องเป็นราว มันก็จากไปอย่างสงบ

ป้ากี้อยู่กับเราไม่นาน แค่ 7-8 เดือนเท่านั้นเอง ฉันรู้สึกเศร้านิดหน่อยตอนที่มันตาย แต่ก็ดีใจที่มันไม่ต้องตายอยู่ข้างถนน แต่ตายอยู่ในบ้านที่มีคนรักและดูแลมัน

บางทีฉันก็นึกอยากรู้ว่าคนที่เอาป้ากี้มาปล่อยนั้น เขาจะคิดถึงมันบ้างหรือเปล่า?

ฉันไม่ค่อยเข้าใจคนที่เอาหมาที่เลี้ยงมากับมือไปปล่อยทิ้งข้างถนนเท่าไหร่นัก ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราถึงใจดำกันได้ขนาดนี้ แต่ก็อาจจะมีคนแย้งว่า กับคนด้วยกันยังทำได้มากกว่านี้ แล้วนี่แค่หมา…ทำไมจะทำไม่ได้?

ไม่รู้สินะ ฉันก็แค่สงสัยว่าคนทิ้งหมาพวกนี้เขาไม่สงสารมันบ้างหรือไง? หมาบ้านนั้นไม่ใช่หมาข้างถนนตั้งแต่เกิด มันจะมีปัญญาเอาตัวรอดกับชีวิตที่ไม่มีคนให้ข้าวให้น้ำได้อย่างไร? ลองนึกดูว่าถ้าเป็นตัวเรา เคยกินอยู่สุขสบาย แล้วจู่ๆ ก็มีคนไล่ออกจากบ้าน สตางค์แดงเดียวก็ไม่ให้ติดตัวมา ต้องไปตายเอาดาบหน้าอย่างเดียว…เราจะลำบากขนาดไหน?

ฉันเคยอ่านเจอและบริจาคให้กลุ่มคนที่ทำงานช่วยเหลือสัตว์ข้างถนนเป็นประจำ สิ่งที่ทำให้ฉันแปลกใจก็คือ นับวันภาระของคนเหล่านี้มีแต่จะมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มในทำนองนี้ก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างนี้หมายความว่าอย่างไร? คนที่ช่วยก็ช่วยแทบตาย แทบหมดเนื้อหมดตัวก็ว่าได้ ส่วนคนทิ้งก็ยังคงทิ้งต่อไป ไม่มีสำนึกรับผิดชอบกันต่อไป เห็นแก่ตัวกันต่อไป

การเลี้ยงสัตว์ต้องอาศัยความรับผิดชอบไม่แพ้การเลี้ยงลูกหรอกนะคะ เพราะสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่ตุ๊กตาที่พอนึกเบื่อก็โยนทิ้งไป ไม่มีใครเดือดร้อน ถ้าคุณทิ้งหมาหรือสัตว์เลี้ยงสักตัว นั่นคือคุณทิ้งชีวิตไปชีวิตหนึ่ง คุณอาจจะคิดว่า "ก็แค่หมา" แต่หมาก็มีหัวใจ มีความรู้สึกเหมือนคนนี่แหละ

หมายังเป็นสัตว์ที่ให้ความรักแบบไม่มีเงื่อนไข คุณให้ความรักแก่หมาสักตัว มันจะรักคุณตอบแทนโดยไม่สนใจหรอกว่าคุณจะสวยหรือไม่สวย อ้วน ผอม สาว แก่ เป็นคนปกติหรือพิกลพิการ

คนบางคนยังทำไม่ได้แบบนี้เลย.

**********

โครงการเพื่อนข้างถนน (ข้อมูลจากนิตยสารสกุลไทย)

บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโชคชัยสี่

ชื่อกรรณิการ์ มีพันธ์และธาริณี วิภูชนิน

เลขที่ 127-230557-5

ติดต่อเพื่อบริจาคอาหารสัตว์และเวชภัณฑ์เพื่อสัตว์ป่วยได้ที่ nongthee9@gmail.com






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Naoko M