Tweatypup’s Nicknacks

July 30, 2008

หยาบกับละเอียด

ณ ตึกที่ (คล้ายๆ) เป็นออฟฟิศของฉัน มีร้านอาหารประเภทข้าวแกงและก๋วยเตี๋ยวอยู่ชั้น 5 รวมทั้งซุ้มขายกาแฟสด

ฉันไม่ได้ซื้อกาแฟจากร้านประเภทนี้มานานแล้ว เพราะอยากจะเลิกกิน ไม่ใช่อยากจะเลิกกินกาแฟ แต่ปัญหาอยู่ที่นมและน้ำตาลปริมาณน่าสยองในกาแฟจากร้านพวกนี้ แต่วันไหนที่ง่วงจัดๆ ก็อดไม่ได้ที่จะต้องยอมซื้อ เพื่อที่ตัวเองจะได้ถ่างตาทำงานได้จนจบวัน

เมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันนอนไม่เต็มตา จึงตัดสินใจลงไปซื้อกาแฟที่ชั้น 5 ของตึก สั่งกาแฟเรียบร้อย ระหว่างรอก็ยืนพลิกนิตยสารเก่าๆ ที่วางไว้หน้าเคาน์เตอร์กาแฟ คนขายกาแฟหน้าใหม่ (สำหรับฉัน) เป็นเด็กสาววัยรุ่น ไม่ใช่สาวใส่แว่นคนเดิมที่แสนสุภาพและขี้เกรงใจ ได้ข่าวว่าเจ้าเดิมขายแล้วเจ๊ง ก็เลยมีเจ้าใหม่มา "ลง" แทน

เมื่อกาแฟของฉันเสร็จเรียบร้อย ฉันส่งเงินให้ เป็นแบงก์ห้าสิบ แล้วก็เหลือบตามองภาพในนิตยสารไปพลางๆ ระหว่างรอเงินทอน แล้วฉันก็ได้ยินเสียงพูดแว่วๆ พร้อมกับหางตาเหลือบไปเห็นแบงก์ห้าสิบของฉันถูกโยนแหมะไว้ข้างถ้วยกาแฟที่ชงเสร็จแล้ว

ฉันเงยหน้าขึ้น เห็นคนขายก้มหน้าก้มตาชงกาแฟแก้วใหม่ ไม่มีท่าทีสนใจใยดีฉันอีก ฉันก็เลยถามเธอไปด้วยความลังเลว่าเมื่อกี้พูดอะไรหรือเปล่า?

เธอเงยหน้าขึ้นมา แล้วบอกให้ฉันไปจ่ายเงินอีกเคาน์เตอร์หนึ่งเพราะตรงนี้ไม่มีเงินทอน หน้าตาเธอดูเฉยๆ เหมือนไม่รู้ว่าการโยนเงินใส่หน้าคนอื่นเป็นการกระทำที่ไม่มีมารยาท โดยเฉพาะเมื่อทำกับคนที่จ่ายเงินซื้อของที่เธอขาย

ฉันไม่ได้ด่าว่าอะไร เพราะดูท่าทางแล้วเธอไม่รู้ตัวจริงๆ ว่าทำอะไรลงไป ฉันเดาเอาว่าที่บ้านเธอคงโยนข้าวของใส่หน้ากันเป็นประจำ เธอจึงไม่รู้สึกว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร แล้วฉันก็นึกต่อไปว่า งั้นเราก็ไม่ต้องไปต่อว่าอะไร ปล่อยให้เป็นนิสัยเสียติดตัวไปอย่างนี้แหละดี อีกหน่อย เกิดเจ้าหล่อนมีแฟน ก็คงจะได้คนที่ "หยาบ" พอๆ กันที่จะไม่ถือสาอะไรทำนองนี้ 

———-

ฉันมีร้านขายพวงมาลัยที่ซื้อประจำอยู่ร้านหนึ่ง เจ้าของร้านร้อยเอง ขายเอง เป็นร้านเดียวแถวนั้นที่ทำพวงมาลัยมะลิห้อยดอกจำปีขาย สองอย่างนี้เป็นดอกไม้ที่ฉันชอบ จึงไม่เกี่ยงที่ดอกไม้อาจจะไม่สวยเท่าร้านอื่น โดยเฉพาะดอกจำปี มักมีรอยช้ำตรงนั้นตรงนี้ ขนาดก็ไม่เท่ากันเท่าไหร่นัก ฉันอยากจะคิดว่าเป็นจำปีที่บ้านของเธอปลูกเอง (แต่อาจจะไม่ใช่ก็ได้) เจ้าของร้านอายุพอๆ กับฉันนั่นแหละ เป็นแม่ค้าที่พูดจาสุภาพ แต่ไม่ถึงกับหวานเจี๊ยบ ซึ่งฉันว่าดีแล้ว

วันหนึ่ง ฉันเดินไปซื้อพวงมาลัยอย่างเคย กลายเป็นว่าเจ้าของให้ลูกสาวตัวน้อยมาเฝ้าร้านแทน ยายหนูน่าจะอายุสัก 10 ขวบนั่งขายไปด้วย มือก็ร้อยมาลัยไปด้วย วันนั้นรู้สึกว่าจะไม่มีมาลัยจำปีอย่างที่ฉันซื้อประจำ ฉันเอ่ยปากถามราคามาลัยพวงน้อยแบบที่ไม่เคยซื้อ เสียงยายหนูบอกราคา หยุดไปครู่หนึ่ง แล้วก็พูดอีกประโยคซึ่งฉันได้ยินไม่ถนัดนัก ฉันจึงหันไปมองแล้วก็ถามว่าเมื่อกี้หนูพูดอะไรนะ?

"พวงใหญ่ยี่สิบ สามพวงห้าสิบค่ะ" ยายหนูตอบเสียงหวานแล้วก็ยิ้มอายๆ ท่าทางขวยเขินน่าเอ็นดูบอกให้รู้ว่าคงไม่คุ้นกับการขายของหน้าร้านและการพูดกับคนแปลกหน้า เธอคงสังเกตเห็นฉันแตะนิ้วลงบนมาลัยพวงใหญ่ซึ่งเป็นแบบเดียวที่มีดอกมะลิ แม้จะแค่แวบเดียว

มีบางอย่างที่บริสุทธิ์เหลือเกินในตัวเด็กคนนี้ กระทั่งทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกว่าชื่นใจ แม้แต่คนที่ไม่ชอบเด็กอย่างฉัน ในนาทีนั้น ฉันคิดว่าเธอไม่ใช่แค่อยากขายของให้ได้ แต่เหมือนเธอพยายามจะช่วยฉันเลือกของที่ถูกใจที่สุดมากกว่า

ยายหนูคงไม่รู้หรอกว่า เธอทำให้ฉันยิ้มในใจต่อไปอีกนาน หลังจากซื้อพวงมาลัยเสร็จแล้ว.

2 Comments »

The URI to TrackBack this entry is: http://tweatypup.blogsome.com/2008/07/30/p106/trackback/

  1. อืม จะเอากรณีนี้ไปบอกลูกน้องที่ร้านด้วย

    Comment by gummy — August 2, 2008 @ 12:57 pm

  2. ดีจ้ะ

    Comment by tweatypup — August 3, 2008 @ 2:28 pm

RSS feed for comments on this post.

Leave a comment

Line and paragraph breaks automatic, e-mail address never displayed, HTML allowed: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>























Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Naoko M