ทรู (ไม่มี) วิชั่นส์
เมื่อก่อนที่บ้านฉันติดเคเบิลทีวียี่ห้อ UTV เป็นเคเบิลระบบใยแก้ว ซึ่งต่อมาภายหลัง ฉันพบว่าเป็นระบบที่ดีที่สุด เพราะไม่ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้องจะแลบแปลบปลาบยังไงก็ไม่มีผลต่อสัญญาณภาพ สิ่งที่รบกวนสัญญาณจากบริการระบบนี้ก็มีเพียงการขุดท่อ (ของหน่วยงานอื่น) แล้วดันไปจิ้มเอาสายเคเบิลเข้า อีกอย่างหนึ่งก็คือการซ่อมบำรุงสายเคเบิลซึ่งก็นานๆ จะมีสักครั้ง
ต่อมา UTV ก็ควบกิจการรวมกับเคเบิลเจ้าใหญ่อีกเจ้าคือ IBC รวมตัวกันเป็น UBC สิ่งที่ด้อยลงอย่างเห็นได้ชัดก็คือสัญญาณภาพและเสียง ช่องสตาร์ทีวีของฉันสีตกเหมือนดูหนังขาวดำ และระดับเสียงแต่ละช่องก็ไม่เท่ากัน ดูช่องหนึ่งต้องเร่งเสียงแทบตาย แต่พอเปลี่ยนไปอีกช่องก็ต้องกดปุ่มหรี่เสียงแทบไม่ทัน เอาเถอะ ก็ไม่ว่ากัน ฉันไม่ใช่คนเรื่องมากอยู่แล้ว และไม่ใช่คนชอบดูทีวีนักหนา ที่ติดเคเบิลก็เพื่อสนองพระคุณพ่อแม่ให้ท่านได้มีความบันเทิงง่ายๆ ในยามว่าง ฉันก็เลยไม่ได้ใส่ใจกันข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้
ฉันจำไม่ได้แล้วว่าก่อนหรือหลังจากที่ UBC เปลี่ยนเป็น Truevisions ที่มีการปรับแพคเกจ คนด่ากันตรึมว่าสมาชิกที่ติด "โกลด์ แพคเกจ" (ฉันก็ด้วย) ถูกลดชั้นไปเป็นเหมือนพลเมืองชั้นสอง ใครอยากดูของดีต้องเลื่อนชั้นไปเป็น "แพลตินั่ม แพคเกจ"
ฉันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรนักกับข่าวนี้ ไม่ได้สังเกตด้วย รู้แต่ว่าวันหนึ่งช่องเอ็มทีวีก็หายไปพร้อมกับช่องมูวี่ฮิตส์ แต่ฉันก็ไม่ได้เป็นแฟนทั้งสองช่องนั้น ก็เลยไม่รู้สึกเดือดร้อนเหมือนจะเป็นจะตาย แค่รำคาญช่องใหม่อย่าง "มะจัง" แต่นานๆ ดูที ก็ขำดีเหมือนกัน
และแล้วใครสักคนก็อิมพอร์ตรายการบิ๊กบราเธอร์กับ AF หรืออะคาเดมี่ แฟนเทเชียเข้ามา รายการแรกหายเงียบไป แต่รายการที่ 2 ได้รับความนิยมถล่มทลายและมากขึ้นทุกๆ ปี ตอนแรกฉันก็ไม่ได้สนใจนักเพราะฉายกันเฉพาะช่อง ใครใคร่ดูก็ดู ใครไม่อยากดูก็เปลี่ยนไปช่องอื่น แค่นั้นเอง ฉันไม่ได้ว่าอะไรสักคำที่ต้องจ่ายเงินสำหรับช่องที่คนที่บ้านฉันไม่ดูเลยแม้แต่คนเดียว
แต่หลังๆ โดยเฉพาะปีนี้ ฉันรู้สึกเหมือนโดน ‘นักล่าฝัน’ ทั้งหลายรุกรานความสงบ ก่อนถึงรายการที่ฉันชอบดู ก็เป็นต้องเจอรายการโปรโมทละครเพลงที่แสดงโดยนักล่าฝันหรือที่คนแถวพันทิพดอทคอมเขาเรียกกันว่า "ผีโจโจ้ซัง" ตามหลอกตามหลอน ปกติช่วงเวลาว่างๆ ก่อนเข้ารายการใหม่นั้น ทรู (ไม่มี) วิชั่นส์ก็แอบใส่โฆษณาเล็กๆ น้อยๆ ในนามของ Public Announcement อยู่แล้ว ซึ่งฉันก็ไม่ว่ากระไร เพราะถ้าไม่อยากดูก็เปลี่ยนไปดูอย่างอื่น พอถึงเวลาก็ค่อยกดมาดูใหม่ ก็ได้ดูหนังซีรี่ส์ ดูรายการที่ชอบสมใจ
แล้วเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากกฎหมายใหม่ที่ออกมาว่าอนุญาตให้เคเบิลทีวีมีโฆษณาได้ ฉันก็ได้เห็นทรู (ไม่มี) วิชั่นส์ปฏิบัติตัวตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ด้วยการจัดให้มีโฆษณาทดลองในระหว่างฉายรายการ วันนั้น ฉันหงุดหงิดแทบตายที่ต้องดู So You Think You Can Dance และซีรี่ส์เรื่องโปรดของฉันโดยมีโฆษณาคั่นเป็นระยะๆ เหมือนฟรีทีวี (แล้วกรูจะจ่ายเงินเพิ่มทำไมเนี่ย?)
ฉันโทรไปต่อว่าที่ทรู (ไม่มี) วิชั่นส์ ก็ได้รับคำตอบตามสูตรคือ "จะส่งเรื่องต่อไปให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง" เท่านั้นยังไม่พอ พนักงานดีเด่นของทรู (ไม่มี) วิชั่นส์ยังถามกลับมาอีกว่า "ไม่สนใจจะจ่ายค่าบริการเป็นรายปีหรือคะ จะได้ดูฟรีอีก 1 เดือนด้วย" โถ..คุณน้องช่างถามอะไรไม่ดูกาลเทศะจริงๆ
ฉันไม่ใช่คนเดียวที่หงุดหงิด ไปดูความหงุดหงิดของสมาชิกคนอื่นๆ นับร้อยชีวิตได้ที่พันทิพคาเฟ่ ห้องเฉลิมไทย กระทู้ที่ A6719075 ชื่อ "รวมกระทู้ถึง True Vision" ซึ่งกลายเป็นกระทู้แนะนำไปแล้ว แต่ก็ดูเหมือนผู้บริหารของทรู (ไม่มี) วิชั่นส์จะไม่สนใจเสียงเรียกร้องของลูกค้าเท่าไหร่ และฉันก็เชื่อว่าไม่ว่ายังไง เราก็ต้องได้ดูเคเบิลทีวีแบบมีโฆษณาคั่นระหว่างรายการแน่ๆ ก็เรื่องเงินนี่นะ มันไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว
ฉันอยากบอกเลิกเป็นสมาชิก แต่ก็ทำไม่ลงเพราะเห็นแก่ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของพ่อแม่และคนในบ้าน ตอนนี้ก็ได้แก่ทำตัวคล้ายๆ เกลียดตัวกินไข่ คือยังจ่ายเงินให้ทรู (ไม่มี) วิชั่นส์อยู่ แต่เลิกอุดหนุนสินค้าอื่นๆ ในเครือบริษัทนี้ เป็นการประท้วงแบบเงียบๆ ของฉันคนเดียว แต่คนอื่นจะเอาอย่างก็ไม่ว่ากัน
แล้วถ้าวันไหนเกิดมีผู้ให้บริการเคเบิลทีวีเจ้าใหม่ขึ้นมา ฉันก็คงไม่ลังเลที่จะเปลี่ยนไปจ่ายเงินให้คนอื่น และฉันเชื่อว่าลูกค้าที่ไม่มีปากมีเสียง แต่คิดแบบนี้มีอยู่มากมาย…มากกว่าคนที่ไปร้องเรียนในพันทิพหลายเท่า ฉันว่าทรูฯ ควรจะมองอะไรไกลๆ อย่างนี้บ้าง
อ้อ ลืมไป จะไปมองไกลได้ยังไง ก็นี่มันทรู (ไม่มี) วิชั่นส์ นี่นะ.
