ฟรีแลนซ์เดินทาง
เวลาคนที่มีอาชีพอิสระ ไม่มีคนจ้างเป็นหลักแหล่งแน่นอน นึกอยากออกนอกประเทศไปดูโลก…ถ้าไม่นับการหาเงินค่าตั๋วเครื่องบินและค่าเที่ยว เรื่องปวดหัว(ใจ)ที่สุดก็คือการขอวีซ่า เว้นแต่ว่าไปเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์ก็แล้วไป ไม่ต้องเหนื่อย
แต่ถ้าเป็นพวกชอบเที่ยวเองอย่างฉัน เพราะไม่มีระเบียบวินัยในการนอน การตื่นหรือการกิน ไม่ชอบรอคนมากๆ และไม่อยากให้คนจำนวนมากต้องมารอฉันคนเดียว ก็ต้องเหนื่อยยากกับการขอวีซ่าด้วยตัวเอง ปกติ ก็เป็นที่รู้กันดีว่าวีซ่าของประเทศไฮโซฯ หรูเลิศอย่างสหรัฐฯ อังกฤษหรือประเทศในทวีปยุโรปนั้นช่างขอได้ยากเย็นและมีความเสี่ยง(ดวง)สูง ต่อให้คุณมีงานการทำเป็นหลักเป็นฐานก็ตาม แล้วคนที่เป็นฟรีแลนซ์ ไม่มีจดหมายรับรองจากเจ้านาย ไม่มีสลิปเงินเดือนเป็นหลักฐานแสดงว่ามีรายได้ประจำก้อนงามที่ไม่น่าทิ้งขว้างเพื่อไปเป็นโรบินฮู้ดในบ้านเขา แถมยังโสดสนิท ไม่มีลูก ไม่มีสามีอย่างฉัน งานนี้จึงยิ่งยากเป็นสองเท่า
กระนั้น ฉันก็สามารถขอวีซ่าอังกฤษมาได้แล้ว 2 รอบแบบสบายๆ และกำลังจะไปขอวีซ่าเชงเก้นเพื่อเข้าประเทศสเปน ซึ่งตอนแรกทำท่าว่าจะยากโหดหินกว่าการขอวีซ่าอังกฤษเสียอีก แต่ทำไปทำมากลับง่ายกว่า ถ้ามีหลักฐานครบถ้วนทุกอย่างตามที่สถานทูตเรียกร้อง เจ้าหน้าที่จะบอกคุณเลยว่าได้หรือไม่ได้ แล้วค่อยจ่ายเงิน ไม่ใช่จ่ายเงินไปแล้ว ยังต้องรอลุ้นเวลาเปิดซองเหมือนของอังกฤษว่าจะได้หรือไม่ได้วีซ่า
ฉันมานั่งนึกๆ ดูว่ามีอะไรบ้างที่จะทำให้ชาวฟรีแลนซ์ดูดีมีหลักมีฐาน จะได้บอกกล่าวเล่าสิบกัน ตอนที่ฉันไปขอวีซ่า นอกจากหลักฐานที่ต้องเอาไปแสดงแน่ๆ เช่น พาสปอร์ต รูปถ่าย ฉันก็พยายามรวบรวมหลักฐานประกอบใบสมัครไว้ประมาณนี้
- หลักฐานทางการเงินและทรัพย์สิน ยิ่งมากยิ่งดี มีกี่บัญชีเอามาโชว์ให้หมด เกจิฯ ท่านว่า ขอให้มีมากกว่าค่าใช้จ่ายที่ประมาณไว้ (ในใบสมัครขอวีซ่าอังกฤษจะถามด้วยว่ามีงบประมาณในการเดินทางเท่าไหร่) หรือถ้าคุณมีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเอง ยิ่งดีใหญ่ จงนำโฉนดที่ดินและบ้านไปแสดงเสียดีๆ คนที่เปิดบริษัท เป็นเจ้าของกิจการ ก็ต้องเอาใบทะเบียนพาณิชย์ หลักฐานทางภาษีหรืออะไรต่อมิอะไรที่แสดงว่ากิจการคุณมีจริง ไปโชว์ด้วย หรือคนที่ซื้อกองทุนรวมหรือมีการลงทุนอย่างอื่นที่คล้ายๆ กัน ก็จงนำหลักฐานไปแสดงด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อแสดงว่าคุณมีทรัพย์ศฤงคารอยู่ที่บ้านเมืองนี้มากมายจนไม่อาจตัดใจไปอยู่ประเทศอื่นได้
- ตัวอย่างงานเขียน ทั้งตัวจริงและสำเนา (ถ้าเป็นคอลัมน์ในนิตยสาร ควรพกไปแบบยกเล่ม แล้วใช้โพสต์อิทแปะหน้าที่มีงานของเราไว้ ถ้ามีหน้าที่มีการลงชื่อว่าเราเป็นคอลัมนิสต์ด้วยยิ่งดี) ขนไปให้ดูกันชัดๆ อย่างเพื่อนฉันเป็นนักเขียน มีพ็อคเก็ตบุ๊คหลายเล่ม เธอก็เลยขนไปเป็นตั้ง ให้ดูกันจนสะใจไปข้างหนึ่ง หรือถ้าเป็นฟรีแลนซ์ประเภทอื่น เช่น ช่างภาพ ก็ขนพอร์ทโฟลิโอของคุณนั่นแหละไปให้เขาดู
- จดหมายรับรองจากนิตยสาร สำนักพิมพ์ หรือบริษัทที่เราทำงานให้เป็นประจำ (หรือไม่ประจำก็ได้)
- สำเนาบัตรเครดิต มีกี่ใบ ถ่ายเอกสารไปให้ดู จะได้รู้ว่าฉันก็มีเครดิตดี
- ประกันชีวิตเวลาเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งสำเนาและตัวจริง (บางประเทศต้องใช้ อย่างของสเปนจะมีรายชื่อให้ดูเลยว่าไปทำที่ไหนได้บ้าง)
-ใบจองตั๋วเครื่องบิน ใบจองโรงแรม (ฉันและเพื่อนใช้วิธีจองผ่านเน็ตที่ www.hostelworld.com ซึ่งสะดวก ที่พักผ่านการคัดกรองมาแล้วระดับหนึ่ง ตามที่ไปพักมาก็ยังไม่เจอโรงแรมไหนที่อุบาทว์จนทนไม่ได้เลย แล้วค่าธรรมเนียมการจองก็ค่อนข้างถูก แต่คุณต้องมีบัตรเครดิตนะคะ) และแผนการเที่ยวคร่าวๆ ว่าคุณจะไปอยู่ตรงไหนของประเทศเขาบ้าง
หลักๆ ก็มีประมาณนี้ ส่วนเรื่องเที่ยวสเปน เอาไว้หายขี้เกียจแล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าเจออะไรมาบ้าง

เจ๋งว่ะ จ๋า ไปเที่ยวคนเดียวเลยหรือ
ไปกี่วัน ไปเที่ยวทำอะไรบ้าง
อยากรู้จริงๆ
เรายังไม่เคยมีพลาสปอตเลย
เครื่องบินยังไม่เคยขึ้น
สำหรับเรา มันเลยยากทุกเรื่อง หมายถึงเวลาจะไปเที่ยวเมืองนอกน่ะ
โชคดีอย่างคือ ยังไม่ค่อยอยากไปไหน ชอบอยู่บ้านที่ปาย
แต่ว่าอาทิตย์หน้า คิดว่าจะลงสมุย ไปเที่ยวทะเล ไม่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด สามสี่ปีแล้ว อยู่แต่ปาย ม่วนแต้
Comment by ก๋ำ — April 16, 2008 @ 6:10 pm
ครั้งแรกของทุกอย่างมักจะยากเสมอในความรู้สึก แต่ถ้าได้ลุยถั่วมั่วนิ่มไปแล้ว ก็จะง่าย
ไม่ได้ไปคนเดียวจ้า ไปกับพี่อุ๋ยสองคน มันดี
ก๋ำเจอบ้านจริงๆ แล้วไง ถึงได้ไม่อยากไปไหนอีก โชคดีนะ
Comment by tweatypup — April 18, 2008 @ 5:25 pm
มันก็จริง
แค่รู้สึกลึก ๆ ว่าอยากไปทะเล
แต่มันอยากเจอที่ ที่ อยากไปจริง ไ
ที่ ๆ ไปไม่ยาก หาง่าย สวย ไม่แพง
มีไม๊ จ๋า
เรียกร้องมากไปเปล่าหนอ… เรา
Comment by ก๋ำ — April 27, 2008 @ 12:34 pm
หาไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอน่ะ “สวย” ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนะก๋ำนะ
Comment by tweatypup — April 28, 2008 @ 2:22 pm