Tweatypup’s Nicknacks

December 29, 2007

การยศาสตร์ไม่ใช่สรีรศาสตร์และ Trepiuno ไม่ได้แปลว่า “หนู”

ขอบ่นส่งท้ายปีเสียหน่อยจะได้ไม่พกอารมณ์เน่าๆ ติดตัวเดินหน้าไปหาปีใหม่ด้วย

เรื่องแรกออกไปทางน่ารำคาญแค่นิดหน่อย กล่าวคือ "การบ้าน" ที่ฉันต้องตรวจนั้น มีหัวข้อที่ต้องเขียนถึงการออกแบบวัสดุอุปกรณ์ทุกๆ เล่ม และคำที่นักเขียน/นักแปลมักเขียนมาผิดๆ ด้วยความเข้าใจผิดก็คือคำที่แปลมาจากภาษาอังกฤษว่า "ergonomics" โดยมักจะเขียนหรือแปลมาผิดๆ ว่า "ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์"

ที่จริง Ergonomics (หรืออาจเรียกอีกอย่างว่า Human Factors) ทางราชบัณฑิตยสถานท่านบัญญัติศัพท์เอาไว้ว่าคือ "การยศาสตร์" (ศาสตร์ของการทำงาน = Work Science) ในเว็บของนิตยสารสารคดีอธิบายไว้ว่าเป็น "ศาสตร์ที่ว่าด้วยการออกแบบเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน และ สรีระของผู้ใช้ผู้ปฏิบัติการ เพื่อทำให้การปฏิบัติงานสะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของผู้ใช้ด้วย"

ส่วนสรีรศาสตร์หรือสรีรวิทยานั้น ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Physiology ตามที่ค้นๆ อ่านๆ มา พอจะสรุปได้ว่าเป็นศาสตร์ของการศึกษาหน้าที่การทำงานของสิ่งที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นสิ่งมีชีวิตทุกชนิด (เช่น อวัยวะ, ระบบการทำงานในร่างกาย) ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือมนุษย์ เดี๋ยวนี้ลงลึกไปถึงระดับเซลล์ด้วยซ้ำ ซึ่งเรียกกันว่า สรีรวิทยาระดับเซลล์ (Cell Physiology) 

การยศาตร์เกี่ยวกับข้องกับสรีรศาสตร์ตรงที่ผู้เรียนวิชานี้ต้องรู้เรื่องสรีรศาสตร์ด้วย รวมถึงกายวิภาคศาสตร์และจิตศาสตร์ เพื่อนำมาใช้ในการออกแบบ…ช่วยจำๆ กันไว้ด้วย ขอร้องล่ะ

มาถึงคิวของ trepiuno กันบ้าง

เรื่องของเรื่องก็คือในคอลัมน์หนึ่งของนิตยสาร ท่านผู้เขียนได้เขียนถึงรถยี่ห้อหนึ่งซึ่งมีชื่อรุ่นเป็นภาษาอิตาเลี่ยนว่า Trepiuno แล้วท่านก็อุตส่าห์แปลคำนี้มา โดยบอกว่าหมายถึง "หนู" (mouse)

แวบแรกที่ฉันรู้สึกเอะใจก็คือ ทำไมคำว่า "หนู" ในภาษาอิตาเลี่ยนถึงได้เขียนยาวเฟื้อยขนาดนี้ และตามหน้าที่ ฉันต้องเช็คทุกอย่างอยู่แล้ว ก็เลยลองค้นในพจนานุกรมภาษาอิตาเลี่ยนฉบับออนไลน์ ก็ปรากฏว่าไม่มีคำแปล

เอ๊ะ ยังไง? ไอ้คำง่ายๆ พรรค์นี้ มันไม่น่าจะหายากนี่นา…

ฉันตระเวณไปตามดิคฯ ออนไลน์ต่างๆ รวมทั้ง Google translate page และ Alta Vista translate page ทำอย่างไรก็แปลไม่ได้ เอาละ ไหนลองหาในทางกลับกันซิ ว่าแล้วฉันก็พิมพ์คำว่า mouse ลงในหน้า Google translate แล้วเลือกให้แปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาอิตาเลี่ยน…โป๊ะเชะ ได้คำว่า "topo" ออกมา

แต่ปัญหาก็คือมันไม่ใช่คำว่า Trepiuno ทุกข์ของฉันจึงยังไม่หมดไป ว่าแล้วก็ต้องอาศัยบรมครู Google ช่วยหาให้ สุดท้ายได้ความหมายมาว่า "Three plus one" หรือ "สามบวกหนึ่ง" เพราะรถรุ่นนี้เป็นรถเล็ก ผู้ใหญ่นั่งได้ประมาณ 3 คนและเหลือที่ว่างอีกนิดพอให้เด็กนั่งได้อีกคนหนึ่ง ฉันเสิร์ชหากี่เว็บๆ ก็ได้แต่คำแปลนี้ รวมทั้งเว็บไซต์ทางการของรถยี่ห้อนั้นด้วย จึงตัดสินใจแก้ไปตามนั้นว่า Trepiuno แปลว่า สามบวกหนึ่ง

ปรากฏว่า ต่อมาวันหนึ่ง ระหว่างนั่งคุยเล่นกับน้องเลขาฯ เธอก็บอกฉันว่าท่านนักเขียนโทรมาและบอกประมาณว่ามีคนทักท้วงมาทางท่าน (หรืออาจจะเป้ฯตัวท่านเองที่ทักท้วง คุณน้องเธอจำไม่ได้เพราะเป็นโรคความจำสั้น) ว่าทางนิตยสารไปแก้งานของท่านให้ผิด เธอบอก (อีกที) ว่าจำรายละเอียดไม่ได้ แต่เกี่ยวกับคำว่า "หนูๆ อะไรนี่แหละ พี่"

ฉันเดาออกเลยว่าต้องเป็นไอ้คำเจ้ากรรมนั่น และทั้งที่ฉันไม่เชื่อว่าตัวเองจะผิด แต่เพื่อความชัวร์ จึงไปทิ้งคำถามไว้ที่เพื่อนบล็อกเกอร์ชาวอิตาเลี่ยนและไปโพสต์ถามในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ผู้ตอบจากทั้งสองที่ต่างก็ยืนยันว่าคำว่า Trepiuno แปลว่าสามบวกหนึ่งเท่านั้น ไม่อาจจะแปลว่า "หนู" ไปได้ คนที่ตอบคำถามของฉันในเว็บไซต์นั้นน่ารักมาก อุตส่าห์อธิบายด้วยว่า เคยมีรถรุ่นก่อนหน้านี้ชื่อ Topolino ซึ่งคำนี้แปลได้ประมาณว่า "เจ้าหนูน้อย" (รู้สึกว่าจะเป็นคำที่คนอิตาเลี่ยนใช้เรียกมิคกี้เมาส์ด้วย) ซึ่งนักเขียนท่านนี้หรือคนที่ท้วงมาอาจจะจำสับสน

ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ป่านนี้ นักเขียนท่านนั้นจะหายสับสนหรือยัง หรือคนที่ทักท้วงกับท่านมานั้น จะรู้หรือยังว่าตัวเองเข้าใจอะไรผิดๆ แต่ยังไงเสีย มันก็ไม่ใช่ปัญหาของฉันแล้ว 

เรื่องเล่าเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าจะเถียงเรื่องภาษาอิตาเลี่ยน ก็ควรจะรู้ภาษาอิตาเลี่ยนด้วย.

December 15, 2007

รู้สึกเหมือนโดนดูถูก

2-3 วันที่ผ่านมา เวลานั่งรถเมล์ไปทำงานหรือกลับบ้าน ฉันมองเห็นป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองหนึ่ง เขียนไว้ในทำนองว่า ถ้าเลือกลงคะแนนให้ผิดพรรคผิดคน จะเป็นการสร้างหนี้ให้ครอบครัว แต่ถ้าเลือกถูก จะเป็นการเพิ่มเงินในกระเป๋า

คนคิดคำโฆษณานี้คงเข้าใจว่าเป็นไอเดียที่ตรงเป้า ถูกใจกลุ่มเป้าหมาย แต่บังเอิญฉันไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย และรู้สึกไม่ถูกใจ ในทางตรงข้าม ฉันรู้สึกเหมือนโดนดูถูกยังไงชอบกล

สมมติว่าฉันเชื่อโปสเตอร์พวกนี้ ตกลงเลือกพรรคนี้เพราะอยากรวย นั่นจะแปลว่าฉันเป็นคนเห็นแก่เงิน คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก คนอื่นหรือประเทศชาติจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ขอให้กูและครอบครัวร่ำรวยเป็นใช้ได้ (เหมือนใครบางคนและครอบครัวที่ต้องระเห็จไปอยู่ต่างประเทศในตอนนี้)…อย่างนั้นหรือเปล่า?

หรือสมมติว่า ข้อความบนโปสเตอร์หาเสียงนั้นเป็นไปได้จริง แล้วฉันไม่เชื่อ ดันไปเลือกพรรคอื่น (ผิดพรรค) ก็เลยกลายเป็นการสร้างหนี้ให้ครอบครัว งั้นก็แปลว่านอกจากฉันจะเป็นคนโง่ (ที่ดันเลือกพรรคผิด) ฉันยังเป็นคนไม่ดี (ที่สร้างหนี้ให้คนที่บ้าน) อีกด้วย…อย่างนั้นใช่ไหม?

โดน…ทั้งขึ้นทั้งล่อง

แต่ฉันต้องขอชมคนที่คิดป้ายหาเสียงนี้ขึ้นมา ว่าสามารถสรุปวิธีคิดของพรรคได้อย่างชัดเจนมาก (ความสุข = เงิน หรือเงินซื้อได้ทุกอย่าง) ทำให้ฉันยิ่งมั่นใจว่าคิดถูกแล้วที่จะไม่เลือกพรรคนี้ตั้งแต่แรก เพราะฉันไม่เคยเชื่อสิ่งที่พวกเขาเชื่อ ไม่เคยศรัทธาสิ่งที่พวกเขาคิด

และถ้าให้เลือกระหว่างเป็นคนเห็นแก่เงินกับคนโง่ ฉันขอเป็นอย่างหลังดีกว่า.

December 2, 2007

ฉันอยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อนหรืออย่างไร?

วันนี้วันอาทิตย์ ควรจะเป็นวันที่ได้พักผ่อนแบบสงบๆ แต่ก็มีเรื่องทำให้ต้อง "จี๊ดแ_ก" จนได้

ราวๆ บ่ายโมง ฉันกำลังเร่งทำงานด่วน (เบื่ออิ๊บอ๋าย แต่ก็ต้องทน ชีวิตฟรีแลนซ์มันเลือกไม่ได้นี่นะ) ก็ได้ยินเสียงเย้วๆ นอกบ้านเหมือนคนทะเลาะกัน แล้วก็เห็นคุณป๊ะป๋ากำลังเกาะรั้วดูอยู่ตรงมุมบ้าน ฉันก็เลยออกไปดูให้เห็นกับตาว่ามันเรื่องอะไรกัน (วะ)? ปรากฏว่า คุณนายแม่ของดิฉันซึ่งกำลังทรงผ้าถุงนุ่งกระโจมอก เพราะกำลังย้อมผมอยู่พอดีเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่กำลังส่งเสียงล้งเล้งใส่กันอย่างเอาเป็นเอาตาย

คนที่กำลังทะเลาะกันนั้น นอกจากคุณนายแม่ ก็มีคุณป้าข้างบ้านและผู้ชายอีกคนหนึ่ง อายุก็น่าจะราวๆ 30 ต้น ทั้งส่งเสียงและทำท่าไม่พอใจ ฉันออกไปดูเหตุการณ์ เจตนาคือไปดูให้ชัวร์ว่าคุณนายแม่จะไม่โดนหมอนั่นตีกบาล แต่ยิ่งดูก็ยิ่งทุเรศและชวนให้ "ของขึ้น"

เรื่องของเรื่องก็คือ ไอ้มนุษย์ผู้ชายที่กำลังด่าทอคนแก่ราวกับมันไม่มีแม่อายุพอๆ กันนั้น ไปจอดรถขวางประตูบ้านของคุณป้า ซึ่งอุตส่าห์ลงทุนทำป้ายอันเบ้อเริ่มติดไว้ว่า "กรุณาอย่าจอดรถขวางทางเข้า-ออก" ไม่ใช่แค่ป้ายเดียว แต่เป็นสองป้าย พอคุณป้าออกมาบอกให้เลื่อนรถ พี่แกก็ไม่พอใจ แล้วก็เลยพานว่ากระถางต้นไม้ที่คุณป้าวางอยู่ริมทางเท้าน่ะ มันเกะกะ ทำให้ถอยรถ กลับรถไม่สะดวก (พูดอย่างกับว่าที่ตรงนั้นเป็นหน้าบ้านมันเอง) ซึ่งมันก็เกะกะจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็เป็นเพราะว่ามีแต่คนมาจอดรถตรงนั้น แล้วก็สร้างความรำคาญให้บ้านนั้นบ่อยมาก แกก็เลยเอากระถางมาวางกั๊กที่ไว้ ซึ่งว่ากันตามจริง ไม่มีใครในซอยเขาเดือดร้อนหรอก เพราะต่างคนต่างก็มีที่ทางจอดรถในบ้านอยู่แล้ว

ถึงตรงนี้อาจจะต้องเล่าท้าวความกันยาว คือซอยบ้านฉันนั้น แต่ก่อนเป็นซอยตัน ต่อมาก็มีคนมาซื้อที่หลังซอย ทำเป็นคอนโดฯ (แต่ในสายตาฉันๆ ว่ามันเหมือนแฟลตหรือสลัมลอยฟ้ามากกว่า) หลายหลัง แล้วก็มาขอซื้อบ้านก้นซอยเพื่อทำเป็นทางลัดให้คนเดินผ่านไปยังคอนโดฯ ได้ ทีนี้ นอกจากคนเดินผ่านแล้วก็ยังมีรถ ซึ่งถึงแม้จะแล่นผ่านไม่ได้ แต่ก็มาจอดรอเพื่อนบ้าง แฟนบ้าง จอดชั่วคราวแล้วตัวเองแวบไปหาอีหนูที่คอนโดฯ หรือจอดทิ้งข้ามวันข้ามคืนเลยก็มี เพราะที่จอดรถในคอนโดฯ มันไม่พอ และแน่นอนว่า คนพลุกพล่าน รถจอดเกะกะซอยแบบนี้ ก็ต้องมีเรื่องหวิดวางมวยกันเป็นระยะๆ อย่างเช่นวันนี้

สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกแย่ๆ กับความเป็นมนุษย์เราก็คือ ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นตะคอกใส่คนแก่ซึ่งเป็นผู้หญิงด้วย แล้วก็ข่มขู่ว่าจะทุ่มกระถางต้นไม้ทิ้งบ้างล่ะ อะไรบ้างล่ะ ราวกับเราอยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไม่มีขื่อไม่มีแป ไม่มีกฎหมาย ไม่มีตำรวจ (หมอนั่นก็ท้าให้แจ้งตำรวจ ซึ่งคุณป้าก็โทรแจ้ง แต่ก็เหมือนในหนังนั่นแหละ คือกว่าตำรวจจะมา ผู้ร้ายก็เปิดตูดไปถึงไหนแล้ว)

หลังจากเรื่องจบลงโดยไอ้หมอนั่นยอมเลื่อนลงไปจอดหน้าร้านข้าวแกง (เป็นบ้านหลังหนึ่งในซอยที่เจ้าของบ้านให้เช่า) ที่ตัวเองอ้างว่ามาแวะกินข้าว ฉันก็ตัดสินใจไปเอากล้องมาถ่ายรูปรถไว้จากชั้นสองของบ้าน เพราะเห็นชัดกว่า เผื่อจะมีเรื่องราวมีราวใหญ่โตกว่านี้ เพราะเจ้าของรถคันนั้นขู่คุณป้าแกไว้มากเหลือเกิน ตอนแรกฉันกะว่าจะถ่ายรูปคนขับไว้ด้วย แต่เล็งกล้องไปแล้ว มันไม่ได้มุมก็เลยเก็บกล้อง จังหวะนั้นเองที่ไอ้หมอนั่นเหลือบมาเห็น แล้วก็ตะโกนโวยวายว่าใครแอบถ่ายรูป แน่จริงให้ลงมา

บังเอิญว่าฉันเป็นคนแน่จริง ก็เลยลงมาตามคำเรียกร้อง พร้อมไม้กอล์ฟในมือ แล้วก็บอกว่าฉันนี่แหละเป็นคนถ่าย มีปัญหาอะไรมั้ย? เห็นได้ชัดว่าไม้กอล์ฟอันโตมีส่วนช่วยให้หมอนั่นเสียงอ่อยลงเยอะ (ฉันเพิ่งรู้ทีหลังว่าข้างหลังฉัน เป็นคุณนายแม่ซึ่งถือมีดอีหวดไว้ด้วย) แต่ก็ยังอดโวยวายแบบหลงประเด็นไม่ได้ ฉันเลยถามว่าทำไมล่ะ แค่คุณเลื่อนรถ มันก็จบ ทำไมจะต้องด่าทอกันแบบนี้ ฉันพูดดีๆ อธิบายว่าทำไมคุณป้าจะต้องตั้งกระถางพวกนั้น และบอกว่าคนในซอยนี้ไม่มีใครพอใจพวกนอกซอยที่ไม่มีมารยาทอยู่แล้ว และสำทับว่าคุณนั่นแหละ เป็นคนทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่ลง

หมอนั่นก็ยังแก้ตัวข้างๆ คูๆ แถกไปเรื่อย แถมยังอ้างตัวว่าเป็นญาติกับบ้านโน้นบ้านนี้ในซอย ฉันก็เลยบอกว่าดี แล้วก็สั่งให้แม่บ้านโทรหาเจ้าของบ้านที่เขาอ้างถึง ฉันก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอย่างนี้หรือเปล่า หมอนั่นถึงยอมเดินหนีไป แต่ก็ไม่วายขู่ว่าจะยกกระถางต้นไม้พวกนั้นทิ้งให้หมด นับว่าเป็นการข่มขู่ที่น่ากลัวมาก

ไม่นานนักหลังจากนั้น ตำรวจก็มา แต่เจ้าของรถคันนั้นก็จากไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ความรู้สึกแย่ๆ ว่า นี่เราอยู่ในบ้านเรา อยู่หน้าบ้านเราแท้ๆ ที่อยู่มาตั้ง 20-30 ปีโดยที่ไม่เคยรู้สึกว่าเป็นที่ที่ไม่ปลอดภัยเลย แล้วก็อยู่ในกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศแท้ๆ ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนไกลปืนเที่ยง แล้ววันนี้ ก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ มาทำใหญ่ทำโต ขู่เราต่างๆ นานาถึงหน้าบ้าน แล้วถ้าฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่มีคาแรคเตอร์โหดๆ หน้าตาพร้อมตีกบาลคน มันจะยิ่งข่มเรามากกว่านี้หรือกล้าทำอะไรมากกว่านี้ไหม? บอกตามตรง ถ้าฉันเป็นผู้ชาย วันนี้มีมวยแน่นอน ก็ทำไมล่ะ แค่เพราะผู้ชายคนหนึ่งคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชาย เป็นเพศที่แข็งแรงกว่า ตัวโตกว่า แล้วนึกว่าจะทำอะไร ยังไงกับใครก็ได้ อย่างนั้นหรือ?

ฉันไม่อยากพูดว่าฉันกำลังรู้สึกเสื่อมศรัทธาในตัวมนุษย์ แต่เรื่องวันนี้มันทำให้ฉันอดคิดอย่างนั้นไม่ได้จริงๆ.






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Naoko M