Tweatypup’s Nicknacks

October 11, 2007

เมื่อคืนฉันนั่งรถเมล์ 4 ชั่วโมง กว่าจะถึงบ้าน

14.15 น. วันนี้ : โทรไปบอกสหายคนเถื่อน ว่าขอเบี้ยว ไม่เข้าออฟฟิศเพราะเหนื่อยบรรลัยจากเมื่อวาน เสียงมันบ่นง้องแง้งว่าเมื่อคืนรถติดมาก แต่ฉันว่าการเดินทางกลับบ้านเมื่อคืนนี้ของฉันชนะขาด

——-

19.30 น. โดยประมาณของเมื่อค่ำวาน : ฉันออกจากออฟฟิศหลังจากเจ้าคนเถื่อนไล่ให้กลับบ้านเพราะดูท่าฝนจะตกหนัก ตอนแรกนึกว่าโชคดีที่รอรถแค่แป๊บเดียวก็มา ฉันเลือกขึ้นสาย 149 เพื่อไปต่อสาย 71 ในซอยอะไรสักอย่างที่จนป่านนี้ฉันก็ยังจำชื่อไม่ได้ เอาเป็นว่ามันคือซอยที่ทะลุจากพระรามสี่ไปสุขุมวิทก็แล้วกัน

สิบนาทีผ่านไป : รถเริ่มติด ฝนเริ่มตก ทั้งสองอย่างอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เวลาล่วงเลยไป

ประมาณ 40 นาทีถัดมา : ฉันก็มาถึงจุดต่อรถ ฝนตกเหมือนฟ้ารั่วและร่มของฉันก็รั่วพอดี เวร…

ยืนพอเปียกแบบชุ่มๆ มินิบัสสาย 71 ก็โผล่มา อยู่ห่างออกไปราว 20 ก้าว แต่เพราะรถติดแหง็ก ไม่ขยับเขยื้อน ฉันก็เลยตัดสินใจเดินไปขึ้นรถ โชคดีที่ได้ที่นั่ง แม้ว่าจะเป็นที่นั่งข้างหน้าที่โคตรไม่สบาย แต่ ณ เวลานั้น ย่อมดีกว่ายืนขาแข็งแบบไม่รู้อนาคตบนรถเล็กๆ แคบๆ แน่นอน

รถติดมากอย่างที่ควรจะเป็นเมื่อมีฝนตกกระหน่ำยามเย็นในกรุงเทพฯ ฉันมองเห็นคนขับรถงี่เง่าและเห็นแก่ตัวอย่างน่าทุเรศมากมาย ทั้งที่เป็นรถส่วนตัวและรถเมล์ (คันที่ฉันนั่งก็ด้วย) เป็นเพราะทุกคนอยากจะไปข้างหน้าให้เร็วที่สุดจนไม่คิดถึงว่าคนอื่นจะลำบากเพราะการกระทำของตัวเองหรือเปล่า

สองชั่วโมงผ่านไป : ฝันที่จะแวะลงกินข้าวที่เดอะ มอลล์ รามฯ รอฝนหยุดก็สลาย เพราะใกล้จะสี่ทุ่มเต็มแก่ แต่ฉันยังอยู่บนสะพานข้ามคลองก่อนถึงแยกคลองตันตัดกับถนนเพชรบุรี ขณะเดียวกันก็แอบนึกดีใจที่แบ่งข้าวเย็นกันกินเจ้าคนเถื่อนมาแล้วนิดหน่อยก่อนจะออกจากออฟฟิศ ไม่งั้นฉันคงไส้ขาดก่อนถึงบ้านแน่ๆ

คนขับเริ่มบ่นปวดขาเป็นภาษาท้องถิ่น ที่บ้านฉันก็โทรมา บอกว่าถนนทุกสายที่มุ่งหน้าไปบ้านฉันนั้น น้ำท่วมหมด (แล้วจะช่วยอะไรได้มั้ยวะ?) แต่คนนั่งรถเมล์มันไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องลุยถั่วไปตามเส้นทาง แล้วเพื่อนของกระเป๋ารถเมล์สาวก็โทรมา จากบทสนทนาของพวกเขาทำให้ฉันรู้ว่าเพื่อนของเธอใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงเพื่อข้ามแยกพระรามเก้า ซึ่งรอเราอยู่ข้างหน้าถัดจากแยกคลองตัน

เวร…เวร…เวร….

เราโชคดีกว่าที่ใช้เวลาแค่ไม่ถึงชั่วโมงในการข้ามแยกพระรามเก้า จากนั้นก็ถึงคิวลุยฝ่าถนนรามคำแหงที่ปกติก็รถติดฉิบหา-เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้าหากขับรถส่วนตัวก็พอจะหลบได้ด้วยการขึ้นสะพานข้ามหน้ารามฯ แต่นี่เป็นรถเมล์ ครั้นจะลงไปต่อแท็กซี่ เท่าที่นั่งมองบนรถ ฉันยังไม่เห็นแท็กซี่ว่างๆ สักคัน ฝนก็ตก น้ำก็ท่วม จะรนหาที่ทำไม

23.30 น. เศษๆ : ฉันก็มาถึงบ้านแบบคนหมดแรง รถมินิบัสใจดี จอดให้ลงหน้าปากซอยแทนที่จะเป็นป้ายรถเมล์ที่เลยออกไปไกลพอสมควร ฝนยังไม่หยุดดี ตกหยิมๆ พอให้รำคาญ

ฉันเข้านอนตอนเกือบตีหนึ่ง ตื่นขึ้นมาพร้อมอาการคล้ายจะจับไข้ท่ามกลางเสียงฝนตกกระหน่ำตอนเก้าโมงเช้า นั่งคิดอยู่นานว่าควรจะไปทำงานดีไหม แล้วค่อยลากสังขารไปดูบัลเล่ต์ฟลาเมงโก้ตอนหัวค่ำ ก็ตัดสินใจว่าไม่เอาดีกว่า จะไปนั่งตากแอร์หนาวโคตรในออฟฟิศให้ไข้จับทำไม เดี๋ยวไปดูของชอบตอนเย็นไม่ได้ จะเซ็งเปล่าๆ (เสียดายตังค์ค่าบัตรด้วย)

14.15 น. : ฉันต่อโทรศัพท์ถึงสหายคนเถื่อน บอกว่าพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่นะ หวังว่าเราจะโชคดีกว่าเมื่อวาน.

2 Comments »

The URI to TrackBack this entry is: http://tweatypup.blogsome.com/2007/10/11/p78/trackback/

  1. Hello P’Ja
    4 hours in mini-bus…hell.
    Hope you feel better now na ja :-)

    Comment by Aoi — October 19, 2007 @ 5:05 pm

  2. ที่จริง ตอนที่อยู่บนรถก็ไม่ค่อยทุกข์ เพราะทำใจไว้แล้ว แล้วมองไปรอบข้างก็ไม่ได้มีใครดีกว่าใคร สงสารคนที่ต้องยืนบนรถเมล์มากกว่าจ้ะ

    Comment by tweatypup — October 28, 2007 @ 6:14 am

RSS feed for comments on this post.

Leave a comment

Line and paragraph breaks automatic, e-mail address never displayed, HTML allowed: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>























Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Naoko M