ฉันเปลี่ยน
ฉันเพิ่งได้ดูหนัง Tokyo Drift ทางทีวี นับว่าเป็นเรื่องประหลาดมากที่สามารถดูจนจบได้โดยไม่รู้สึกว่าต้องทน เพราะแต่ไหนแต่ไร ฉันไม่เคยชอบหรือสนใจหนังหรืออะไรๆ เกี่ยวกับรถหรือแข่งรถเลย (ยกเว้นหนังเรื่อง “เต่าทองมหาสนุก”) ขับรถก็ไม่เป็นอีกต่างหาก
ฉันเคยไปดูหนังเรื่อง Local Hero ที่สยามเซ็นเตอร์ สมัยที่ยังมีมินิเธียเตอร์อยู่ข้างหลัง แล้วด้วยความที่โรงหนังประเภทนี้มีคุณภาพดีกว่าลานฉายหนังกลางแปลงหน่อยเดียว ฉันจึงต้องทนฟังเสียงเบิ้ลเครื่องของรถแข่งจากหนังที่ฉายอยู่ในโรงข้างๆ ชื่อ Day Of Thunder ซึ่งดังลอดเข้ามาเป็นช่วงๆ
จำได้ว่าแอบด่า “ไอ้เตี้ยทอม ครูซกับไอ้หนังรถแข่งโคตรหนวกหู” อยู่ในใจเกือบตลอดเวลาที่ดูหนัง
ฉันเคยเปิดทีวีเจอรายการแข่งรถฟอร์มูลาวันโดยบังเอิญ แล้วก็นั่งดูสักพักด้วยความอยากรู้ว่าทำไมถึงมีคนคิดว่ามันสนุกเร้าใจ ปรากฏว่าเกือบหลับ ถ้าไม่เปลี่ยนไปดูอย่างอื่นเสียก่อน ฉันเพิ่งมารู้ทีหลังว่า นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะที่จริงแล้ว แฟนฟอร์มูลาวันส่วนใหญ่ก็หลับคาทีวีกันแทบทั้งนั้น ก็ใครจะไปทนนั่งดูฝูงรถวิ่งปรู๊ดวนไปวนมาอยู่ในสนามเป็นสิบๆ รอบได้ตลอดล่ะ?
เหตุผลเริ่มต้นที่ทำให้ฉันนั่งดู Tokyo Drift ก็คือความอยากรู้ว่าไอ้อาการ “ดริฟท์” นั้นมันคืออะไร เป็นยังไง ทำกันอีท่าไหน บรรดาตีนผีถึงได้ซี้ดซ้าดกันว่ามันเป็นสุดยอดแห่งการขับรถ
แล้วหนังก็ทำให้ฉันบรรลุทีเดียวว่าความเร้าใจเวลา “ดริฟท์” รถมันเป็นอย่างไร มีฉากขับรถสนุกๆ หลายฉาก (ไม่อยากเชื่อเลย ฉันกำลังบอกว่าฉากซิ่งรถมันสนุก!) นอกจาก The Italian Job กับ Taxi (เวอร์ชันฝรั่งเศส) แล้ว ฉันยังไม่รู้สึกว่าดูฉากซิ่งรถเรื่องไหนจะมันเท่าเรื่องนี้เลย และรู้สึกว่าการซิ่งรถอย่างในหนังเรื่องนี้น่ะ มีทางที่จะเป็นไปได้จริงมากกว่า
หนังยังมีประเด็นอย่างอื่นด้วย ที่จริงแล้วเหมือนมันเป็นทั้งหนังซิ่งรถ หนังวัยรุ่น (ด้านเกือบๆ มืด) กับหนังประเภท Coming of Age จะว่าไปก็เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นแนวนักเรียน-นักเลงหลายเรื่องที่เราเคยอ่านกัน และฉันคงไม่แปลกใจถ้ามีใครมาบอกว่าหนังเรื่องนี้ทำจากการ์ตูนญี่ปุ่น
เมื่อก่อนฉันชอบรถอย่างเดมเลอร์หรือจากัวร์ เพราะรู้สึกว่ารูปทรงมันสวย ชอบรถออสตินมินิกับโฟล์คเต่าเพราะมันดูน่ารักดี-มีเหตุผลเพียงเท่านั้น ฉันยังเคยคิดว่าเฟอร์รารีรุ่นหลังๆ ทรงแบนแทบจะติดดินนั้น เหมือนแมลงสาบสีแดงวิ่งได้ มันอาจจะสวย แต่ไม่ต้องรสนิยมของฉัน ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องความเร็วกับอัตราเร่งหรอก เพราะฉันไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าคันไหนจะวิ่งเร็วกว่าคันไหน
แต่พอได้เห็นพระเอกควบฟอร์ด มัสแตงเก่าๆ ที่มีแถบคาดสีขาวพาดกลาง “ดริฟท์” ลงเขาในตอนท้ายแล้วรู้สึกว่ามันเป็นรถที่มีเสน่ห์เวลาวิ่ง (ซิ่ง) มากๆ เหมือนจิ๊กโก๋ตัวเล็กที่สู้แบบขาดใจทั้งที่เสียเปรียบศัตรูทุกอย่าง แล้วคนดูก็เชียร์แบบเทหัวใจให้
![]()
ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้กำกับฯ เรื่องนี้ทำหนังเก่งหรือฉันเปลี่ยนไป ถึงได้รู้สึกอย่างนั้น
หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะทั้งสองอย่างก็ได้.

พี่จ๋า…
กับพี่อุ้มคงยากแล้ว เขาคงรับคนไปแล้ว
แต่ตอนนี้มีคนช่วยไปเป็นก๊อปปี้ ไรทเตอร์ ที่บ.ปูนซีเมนต์
เงินเดือนเยอะมาก เขาบอกว่าอ้อมทำได้
ทั้งทีไอ้อ้อมยังไม่รู้เลยว่าอาชีพนี้มันต้องทำยังไง
แต่เพื่อนบอกว่า ก็ทำเหมือนที่เป็นเอกทำไง
คิดเก่งๆ แล้วก็ทำโฆษณาเหมือนเป็นเอก
แล้วก็ทำหนังเหมือนเป็นเอก
อ้อมเลย…. เอาๆๆๆๆๆ เดี๋ยวส่งเรซูเม่ให้เลย
เฮ้อ ไอ้ตินนี่ ก็เท่าเนี้ย 555
ไม่ต้องห่วงนะพี่จ๋า เกิดเรื่องน่ะดีแล้ว
เห็นตับไตไส้พุงคนเยอะดี
Comment by ตินนี่ — July 21, 2007 @ 4:18 pm
Will talk on your blog. Cannot type thai here. The browser doesnot support.
Comment by tweatypup — July 23, 2007 @ 7:46 am
12/2
Comment by 053774512 — November 1, 2007 @ 12:28 pm