Tweatypup’s Nicknacks

July 16, 2007

ฉันเปลี่ยน

Filed under: Seen

ฉันเพิ่งได้ดูหนัง Tokyo Drift ทางทีวี นับว่าเป็นเรื่องประหลาดมากที่สามารถดูจนจบได้โดยไม่รู้สึกว่าต้องทน เพราะแต่ไหนแต่ไร ฉันไม่เคยชอบหรือสนใจหนังหรืออะไรๆ เกี่ยวกับรถหรือแข่งรถเลย (ยกเว้นหนังเรื่อง “เต่าทองมหาสนุก”) ขับรถก็ไม่เป็นอีกต่างหาก

ฉันเคยไปดูหนังเรื่อง Local Hero ที่สยามเซ็นเตอร์ สมัยที่ยังมีมินิเธียเตอร์อยู่ข้างหลัง แล้วด้วยความที่โรงหนังประเภทนี้มีคุณภาพดีกว่าลานฉายหนังกลางแปลงหน่อยเดียว ฉันจึงต้องทนฟังเสียงเบิ้ลเครื่องของรถแข่งจากหนังที่ฉายอยู่ในโรงข้างๆ ชื่อ Day Of Thunder ซึ่งดังลอดเข้ามาเป็นช่วงๆ

จำได้ว่าแอบด่า “ไอ้เตี้ยทอม ครูซกับไอ้หนังรถแข่งโคตรหนวกหู” อยู่ในใจเกือบตลอดเวลาที่ดูหนัง

ฉันเคยเปิดทีวีเจอรายการแข่งรถฟอร์มูลาวันโดยบังเอิญ แล้วก็นั่งดูสักพักด้วยความอยากรู้ว่าทำไมถึงมีคนคิดว่ามันสนุกเร้าใจ ปรากฏว่าเกือบหลับ ถ้าไม่เปลี่ยนไปดูอย่างอื่นเสียก่อน ฉันเพิ่งมารู้ทีหลังว่า นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะที่จริงแล้ว แฟนฟอร์มูลาวันส่วนใหญ่ก็หลับคาทีวีกันแทบทั้งนั้น ก็ใครจะไปทนนั่งดูฝูงรถวิ่งปรู๊ดวนไปวนมาอยู่ในสนามเป็นสิบๆ รอบได้ตลอดล่ะ?

เหตุผลเริ่มต้นที่ทำให้ฉันนั่งดู Tokyo Drift ก็คือความอยากรู้ว่าไอ้อาการ “ดริฟท์” นั้นมันคืออะไร เป็นยังไง ทำกันอีท่าไหน บรรดาตีนผีถึงได้ซี้ดซ้าดกันว่ามันเป็นสุดยอดแห่งการขับรถ

แล้วหนังก็ทำให้ฉันบรรลุทีเดียวว่าความเร้าใจเวลา “ดริฟท์” รถมันเป็นอย่างไร มีฉากขับรถสนุกๆ หลายฉาก (ไม่อยากเชื่อเลย ฉันกำลังบอกว่าฉากซิ่งรถมันสนุก!) นอกจาก The Italian Job กับ Taxi (เวอร์ชันฝรั่งเศส) แล้ว ฉันยังไม่รู้สึกว่าดูฉากซิ่งรถเรื่องไหนจะมันเท่าเรื่องนี้เลย และรู้สึกว่าการซิ่งรถอย่างในหนังเรื่องนี้น่ะ มีทางที่จะเป็นไปได้จริงมากกว่า

หนังยังมีประเด็นอย่างอื่นด้วย ที่จริงแล้วเหมือนมันเป็นทั้งหนังซิ่งรถ หนังวัยรุ่น (ด้านเกือบๆ มืด) กับหนังประเภท Coming of Age จะว่าไปก็เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นแนวนักเรียน-นักเลงหลายเรื่องที่เราเคยอ่านกัน และฉันคงไม่แปลกใจถ้ามีใครมาบอกว่าหนังเรื่องนี้ทำจากการ์ตูนญี่ปุ่น

เมื่อก่อนฉันชอบรถอย่างเดมเลอร์หรือจากัวร์ เพราะรู้สึกว่ารูปทรงมันสวย ชอบรถออสตินมินิกับโฟล์คเต่าเพราะมันดูน่ารักดี-มีเหตุผลเพียงเท่านั้น ฉันยังเคยคิดว่าเฟอร์รารีรุ่นหลังๆ ทรงแบนแทบจะติดดินนั้น เหมือนแมลงสาบสีแดงวิ่งได้ มันอาจจะสวย แต่ไม่ต้องรสนิยมของฉัน ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องความเร็วกับอัตราเร่งหรอก เพราะฉันไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าคันไหนจะวิ่งเร็วกว่าคันไหน

แต่พอได้เห็นพระเอกควบฟอร์ด มัสแตงเก่าๆ ที่มีแถบคาดสีขาวพาดกลาง “ดริฟท์” ลงเขาในตอนท้ายแล้วรู้สึกว่ามันเป็นรถที่มีเสน่ห์เวลาวิ่ง (ซิ่ง) มากๆ เหมือนจิ๊กโก๋ตัวเล็กที่สู้แบบขาดใจทั้งที่เสียเปรียบศัตรูทุกอย่าง แล้วคนดูก็เชียร์แบบเทหัวใจให้

ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้กำกับฯ เรื่องนี้ทำหนังเก่งหรือฉันเปลี่ยนไป ถึงได้รู้สึกอย่างนั้น

หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะทั้งสองอย่างก็ได้.






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Naoko M