ตีสี่ครั้งล่าสุด
ฉันไม่ได้ทำงานหรือทำอะไรอื่นในแบบโต้รุ่งมานานแล้ว
แต่เมื่อคืน (หรือควรจะเรียกว่าเมื่อเช้า) ฉันกลับถึงบ้านราวตีสี่ เพราะต้องเร่งปิดเล่มให้ทันตามกำหนด
ถ้าเป็นสมัยก่อนที่สังขารยัง "สด" อยู่ล่ะก็ พอไหว บางครั้งยังรู้สึกสนุกด้วยซ้ำที่ได้อยู่กับเพื่อนๆ แต่พอถึง "ปูนนี้ แล้ว" ฉันไม่อาจพูดได้ว่าชอบสถานการณ์แบบนี้
คนที่อยู่ทำงานโต้รุ่งด้วยกันกับฉันก็ไม่มีใครชอบ เพราะพวกเขาต้องทำงานหนักโดยที่เหตุแห่งงานหนักนั้นไม่เกิดขึ้นเพราะพวกเขาเลย แล้วบางคนก็มีครอบครัว มีคนที่บ้านที่ต้องกลับไปดูแล
ปัญหาและสาเหตุของการเกิด "ตีสี่ครั้งล่าสุด" นี้ มาจากหลายปัจจัย จะกล่าวโทษใครเพียงคนเดียวก็คงไม่ได้ ทุกคนต่างมีเหตุผล มีความจำเป็นในสายตาของตัวเอง แต่จะเข้าท่าในสายตาคนอื่นหรือเปล่า มันก็อีกเรื่องหนึ่ง
จะอย่างไรก็แล้วแต่ ฉันมีความเชื่อส่วนตัวอยู่ว่า คนเรา ต่อให้มีความจำเป็นแค่ไหน มีเหตุผลคอขาดบาดตายอย่างไร ก็ควรจะรู้จักคิดถึงคนอื่นด้วย ไม่ใช่รู้จักจะคิดถึงแต่ตัวเอง
ไม่ได้อยากบอกว่าตัวเองเป็นคนดี แต่ฉันพยายามระมัดระวังเสมอ ไม่ให้การทำงานของตัวเองต้องทำให้คนอื่นเดือดร้อน
ในแวดวงสายอาชีพของฉัน คนที่เป็นนักเขียน นักข่าวต้องรู้ตัวเสมอว่า หลังจากงานของตัวเองเสร็จแล้ว ก็ต้องมีคนอื่นมารับช่วงต่อ ไม่ว่าจะเป็นบก. ที่รอตรวจต้นฉบับ ฝ่ายศิลป์ที่ต้องนำเรื่องไปจัดหน้า วางเลย์เอาท์ รวมทั้งคนตรวจปรูฟที่ต้องรอตรวจคำถูกคำผิดหลังจากงานอาร์ตเวิร์คเสร็จ ตรวจแก้แล้ว งานก็จะกลับไปที่ฝ่ายศิลป์ที่ต้องไรท์ไฟล์อาร์ตเวิร์คลงแผ่นและเรียกคนจากร้านเพลทมารับงานไปทำต่อ…ถ้าไม่นับบก. (ที่ทำงานเป็นบก. จริงๆ ไม่ใช่บก. แบบเอาไว้เฉิดฉายออกงานเพื่อโปรโมตหนังสือ) ก็คงจะเป็นฝ่ายศิลป์นี่แหละที่มีเวรมีกรรมมากกว่าใครเขา เพราะกระบวนการของงานอยู่รั้งท้ายเพื่อน
ฉันไม่ใช่ฝ่ายศิลป์ แต่งานคราวนี้ของฉันเป็นการตรวจแก้ในอาร์ตเวิร์คจริง ไม่ใช่บนหน้ากระดาษ จึงต้องติดร่างแห นั่งทำงานดึกดื่นไปกับพวกฝ่ายศิลป์ด้วย
เราออกจากออฟฟิศราวตีสาม สหายคนเถื่อนซึ่งอยู่ในฐานะลูกพี่ใหญ่และมีรถ รวมทั้งมีสำนึกมากพอที่จะไม่ปล่อยให้ลูกน้องตาปรือๆ อีกสองตัวต้องเสี่ยงภัยอาชญากรรมในการนั่งรถแท็กซี่กลางดึกสงัด จึงต้องรับหน้าที่ตระเวณส่งลูกน้องไปโดยปริยาย แล้วคิดดูว่า กว่าพี่แกจะถึงบ้าน กว่าจะได้นอน มันจะเป็นเวลากี่โมง?
ฉันสงสัยเหลือเกิน ว่าคนที่ทำให้เราต้องทรมานสังขารขนาดนี้ เขาหลับลงได้อย่างไร?

ล่าสุดของอ้อมคือ สว่างคาตา..พระอาทิตย์บอกเวลาหกโมงเช้าวันปิดเล่มรักนะ 24 ชม.
ส่วนพี่รอนนอนตายอยู่บนโซฟา..
ก็เลยประท้วงด้วยพักร้อนไป 2 วัน .. ผลคือ กลับมายังสตาร์ทเครื่องไม่ติด!!!
ช่างเป็นเวรกรรมของเราแท้จริง..
ป.ล. ไปเห็น ‘ขุนนางต่ำศักดิ์นักฝัน’ (ชอบชื่อนี้มากๆๆๆ ค่า ^_^) ฉบับขายเฉพาะในร้านหนังสือแล้วยืนกรี๊ดอยู่เป็นนาน.. นี่ไม่ได้มีแค่หนังสือดาราที่ขยันทำมาหลายปกไว้หลอกแฟนคลับอย่างเดียว ผีเสื้อก็เอากับเขาด้วย!!!…อิอิ
Comment by อ้อม — June 28, 2007 @ 7:55 am
จริงดิ เดี๋ยวต้องแวะไปดูมั่ง
ว่าแต่พี่ยังอ่านไม่จบเลยอะ ทำไงดีวะ ถึงจะมีเวลาอ่านหนังสือเยอะๆ?
Comment by tweatypup — June 28, 2007 @ 6:12 pm