Somebody’s June (I wish I could be)

ในช่วงที่มีข่าวบ้านริมน้ำของ จอห์นี่ แคช โดนไฟไหม้ ฉันก็มีโอกาสได้ดูหนังเรื่อง Walk The Line ทางทีวี
มีคนหลายคนชอบหนังเรื่องนี้ ฉันคิดว่าคงไม่ใช่เพียงเพราะประวัติชีวิตที่มีสีสันของนักร้องที่กลายเป็นตำนานไปแล้วอย่าง จอห์นนี่ แคช หรอก ฉันอยากเรียก Walk The Line ว่าเป็นหนังรัก เพราะสิ่งที่ติดอยู่หัวใจคนดูหลังจากหนังเรื่องนี้จบก็คือความรักของ จอห์นนี่ แคช ที่มีให้ จูน คาร์เตอร์ ภรรยาที่ถือได้ว่าเป็น "คู่ชีวิต" จริงๆ
ตลอดชีวิตแต่งงาน 30 ปี (ประมาณนั้น) พวกเขาไม่เคยแยกจากกันจนกระทั่งวันสุดท้ายบนโลกนี้ของจูน อีก 4 เดือนหลังจากนั้น จอห์นนี่ก็ตามผู้หญิงที่เขารักที่สุดไบยังอีกโลกหนึ่ง
กว่า จอห์นนี่ จะได้แต่งงานกับ จูน อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ก็ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย เขาแต่งงาน-มีลูกมาแล้วก่อนได้พบกับเธอ นั่นเป็นปัญหาหนึ่ง แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าก็คือเรื่องความประพฤติที่ไม่เป็นโล้เป็นพายและเรื่องติดยาซึ่ง จูน รับไม่ได้เลย
จูน คาร์เตอร์ มีลูกสาวสองคนมาก่อนแล้วเช่นเดียวกับ จอห์นนี่ เธอเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง จริงจังกับชีวิตและมองโลกในแง่ของความเป็นจริงมากๆ เธอรักจอห์นนี่ มาก ไม่ใช่ไม่รัก แต่เธอไม่ยอมรับคำขอแต่งงานของ จอห์นนี่ เพราะมองไม่เห็นอนาคตของตัวเองร่วมกับเขา
ส่วน จอห์นนี่ นั้น รัก จูนมากอย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับเขา จูน คือหลักยึดเหนี่ยว เธอคือแรงบันดาลใจทำให้เขาพยายามใช้ชีวิตอยู่กับร่องกับรอย เธอช่วยให้เขาเดินไปตามทางที่เหมาะควร ไม่เฉไฉออกนอกลู่นอกทางอีก
จอห์นนี่ ขอ จูน แต่งงานบนเวทีคอนเสิร์ต ฝ่ายหญิงตอบตกลงหลังจากปฏิเสธมาแล้วเป็นสิบๆ ครั้ง ฉันคิดว่าเพราะประโยคที่ จอห์นนี่ บอกว่าเธอคือ "เพื่อนที่ดีที่สุด" ของเขา ทำให้เธอตัดสินใจได้
หนังจบแล้ว ฉันคิดในใจว่า นี่แหละคือความรักจากผู้ชายสักคนที่ฉันอยากได้ ไม่ต้องให้ฉันเป็นโลกทั้งโลกของเขาก็ได้ แต่ฉันอยากเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา เป็นคนที่เขามั่นใจว่า เมื่อมีปัญหา ฉันคือคนที่จะอยู่เคียงข้างเขาเสมอ เพราะหากมีใครสักคนรักเราได้อย่างนี้ มันไม่ใช่เป็นเพียงความรัก แต่มีทั้งความศรัทธาและไว้เนื้อเชื่อใจกันรวมอยู่ด้วย
ในชีวิตฉัน เห็นคู่แต่งงานหรือคู่รักที่เป็นอย่างนี้น้อยมาก แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย แล้วทุกครั้งที่เห็น ก็ทำให้รู้สึกดีๆ เสมอ
หากสักวันหนึ่ง ฉันได้เป็น "จูน" ของใครสักคน คงต้องถือว่าตัวเองโชคดีนัก.
