Tweatypup’s Nicknacks

April 16, 2007

นักแปลขา…อย่าอีโก้

เมื่อวัน-สองวันก่อนถึงวันสงกรานต์ ฉันยังต้องทำงานอยู่ เพื่อให้เหลืองานน้อยที่สุดก่อนวันหยุด

งาน ตรวจการบ้าน ของฉันคืบหน้าไม่มากนัก เพราะถึงคิวแก้งานแปลที่สามารถสร้างความปวดหัวได้อย่างที่สุดถึง 2 เรื่องด้วยกัน

เรื่องหนึ่งเป็นสารคดีเรื่องยาวหลายหน้า เขียนโดยนักเขียนซึ่งเท่าที่ฉันเคยอ่านผ่านตาและแปลงานของเขามา ต้องบอกว่าแปลยากระดับปาดเหงื่อทุก 5 นาทีสำหรับนักแปลมือใหม่ ส่วนงานแปลชิ้นนี้ พูดได้ว่า ฉันต้องแก้ใหม่แทบจะทุกบรรทัด เพราะเมื่อแปลประโยคที่ 1 ผิด ประโยคที่ 2-3-4 ก็มักจะผิดตามไปด้วยเสมอ เนื่องจากเนื้อความเชื่อมโยงกัน ฉันไม่อยากตำหนิคนแปลมากนัก เพราะงานนี้แปลยากจริงๆ แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่สำนวนธรรมดาๆ ที่ฝรั่งพูดกันในชีวิตประจำวัน ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรเลย ก็ยังแปลมาผิดๆ ถูกๆ ทำให้ฉันมองเห็นจุดอ่อนสำคัญของนักแปลมือใหม่เหล่านี้ ซึ่งก็คือการขาดประสบการณ์การรับรู้ภาษาฝรั่งนอกตำราไวยากรณ์ บางสำนวนนั้น สำหรับคนที่อ่านหนังสือหรือนิตยสารฝรั่ง ดูหนังฝรั่งบ่อยๆ แล้ว ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจเลย

อย่างก่อนหน้านั้น ในการตรวจแก้งานของนักแปลอีกคน ฉันก็เจอประโยคในทำนองว่า "The Company spent a fortune to promote this stuff." ที่มีการแปลออกมาได้ว่า "บริษัทจึงเสี่ยงดวงโปรโมทสินค้าชิ้นนี้" ทั้งที่ความหมายจริงๆ ก็คือบริษัทได้ทุ่มเงินเพื่อโปรโมทสินค้าต่างหาก (คำว่า Fortune หมายถึงทรัพย์สินจำนวนมากๆ ก็ได้)

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนั้น ฉันต้องปวดหัวเพราะนักแปลรายนี้ เล่นสรุปความแล้วเขียนออกมาใหม่หมด หยิบเนื้อความตรงนั้นมาปะตรงนี้ ผสมกันจนหาเค้าเดิมแทบไม่ได้ งานอย่างนี้แก้ไขยากหรือแก้ไม่ได้เลย ต้องใช้วิธีแปลใหม่หมด ไม่งั้นฉันก็ต้องเสียเวลาตรวจหาข้อความในภาษาเดิมว่าไปอยู่เสียตรงไหน เพื่อมาเทียบกัน วิธีแปลอย่างนี้ หากคนแปลมีทักษะการเขียนดี ก็อาจจะอะลุ้มอล่วยได้ในกรณีที่ต้องการใช้เฉพาะเนื้อหาของเรื่องนั้นๆ แต่โชคร้ายที่นักแปลท่านนี้ยังเขียนหนังสือได้ไม่ถึงขั้น หนำซ้ำ ยังตัดทอนบางข้อความที่สำคัญออกไป ทำให้ท้ายที่สุดแล้ว มองไม่เห็นจุดหมายของงานเขียนชิ้นนี้เลย ว่าเขียนขึ้นมาเพื่ออะไร? ประเด็นสำคัญอยู่ที่ไหน? นอกจากนี้ ยังมีหลายตอนที่แปลผิดความหมายไปเลยด้วย

ได้ยินว่านักแปลท่านนี้เคยปรารภไว้ว่า ไม่เชือว่าฝรั่งจะเขียนหนังสือได้ดีกว่าคนไทย…ฉันเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม แต่ไม่ใช่ในกรณีของการทำงานแปลเช่นนี้ ซึ่งต้องเคารพต้นฉบับ ไม่ว่าเขาจะเขียนหนังสือดีหรือเลวกว่าเรา เพราะเราเป็นเพียงนักแปล ไม่ใช่บรรณาธิการ 

งานแปลนั้น ใครอย่าได้คิดว่าง่ายเลย เพราะไม่ใช่แค่ว่าคุณมีดิคฯ ดีๆ สักเล่มก็จะแปลได้หมดทุกอย่าง หรือต่อให้คุณเก่งภาษาต้นทาง (เช่น ภาษาอังกฤษ) แค่ไหน แต่ถ้าภาษาไทยของคุณอ่อนด้อย คุณก็ทำงานนี้ไม่ได้ดีแล้ว ฉันจึงไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดจึงมีคนมากมายคิดว่าการแปลงานเขียน (โดยมากคือการแปลจากอังกฤษเป็นไทย) เป็นสิ่งที่ทำกันได้ง่ายๆ และมีหลายคนที่แปลงานออกมาแล้ว ไม่รู้ตัวเลยว่า ผลงานนั้นๆ ใช้ไม่ได้ พอมีคนบอก ก็ไม่อยากเชื่อ มั่นใจเหลือเกินว่าฉันไม่ผิด อย่างนี้ก็ไม่ไหว

ถ้าแค่แยกแยะว่างานดี-ไม่ดีแตกต่างกันอย่างไร ยังทำไม่ได้ คุณจะมีปัญญาทำงานคุณภาพได้หรือ?

20 Comments »

The URI to TrackBack this entry is: http://tweatypup.blogsome.com/2007/04/16/p56/trackback/

  1. ความฝันสูงสุดของอ้อม ครั้งหนึ่งคือ การแปลหนังสือสักเล่ม ล่ะค่ะ

    จบใหม่ๆ ด้วยไฟฝันเลยแหละ ได้คะแนนวิชาการแปล A เท่ากับใจชื้นขึ้นหน่อยนึง

    แต่ก็รู้ตัวอีกเหมือนกันว่า ความรู้ภาษาอื่นเท่าหางอึ่งของตัวเองนั้น ยังสู้ใครไม่ได้เลย จึงต้องกลับไปฝึกวิทยายุทธ์เสียใหม่

    มีรุ่นพี่คนหนึ่งเคยเอาวรรณกรรมเยาวชนเล่มบาง (ประมาณ 100 หน้า) มาให้แปล เพราะว่าสนพ.ส่งงานมาให้เยอะแล้วแปลไม่ทัน

    อ้อมสั่นหัวดิก (แต่ก็เอามาอ่านเล่นๆ เรื่องก็สนุกดี และไม่ได้ใช้คำยากเท่าไหร่) เพราะด้วยความละอายใจต่อเยาวชนที่จะซื้อหนังสือแปล (ที่ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า) เล่มนี้ไปอ่าน
    เฮ้อ..พระเจ้าช่วยไว้ได้ทัน ดังนั้นอนาคตของชาติจึงยังสดใสอยู่ .. อิอิ

    Comment by อ้อม — April 18, 2007 @ 10:23 am

  2. ตามมาอ่านของเธอบ้างน่ะ
    คือสงสัยว่าเราเป็นเพื่อนกันหรือเปล่า
    ชื่ออะไรคะ ใช่จ๋าหรือเปล่า
    ตอบเราด้วย แล้วจะเข้ามาอ่านเรื่อย ๆ
    เราชื่อก๋ำนะ..
    อย่าขำนะ ถ้าเรางงง่ะ

    Comment by gummy — April 19, 2007 @ 1:39 pm

  3. อือ อ้อมช่างเห็นแก่เยาวชนของชาติจริงๆ 555

    Comment by tweatypup — April 20, 2007 @ 6:52 am

  4. ก๋ำอ่ะ เราเป็นเพื่อนกันดิ จบวารสารฯ มาด้วยกันนี่หว่า
    ขอโทษนะ แอบขำไปแล้ว อิอิ

    Comment by tweatypup — April 20, 2007 @ 6:53 am

  5. เออ หวัดดีจ๋า
    แล้วบ้านยังอยู่ทีเดิมหรือเปล่า

    Comment by gummy — April 20, 2007 @ 9:35 am

  6. ยังอยู่ๆ ยังไม่มีปัญญาย้ายไปไหนอ่ะ

    Comment by tweatypup — April 22, 2007 @ 5:35 pm

  7. เค้าเเปลว่าเสียงดวงเหรอคะ อืม ทะเเม่ง ๆดีเนอะ

    Comment by noname — September 7, 2007 @ 10:36 am

  8. กรณีขำๆ อย่างนี้มีเยอะมากค่ะ ทั้งที่เป็นคำง่ายมากๆ บางทีก็เป็นเพราะวิเคราะห์ประโยคไม่ได้ (ไวยากรณ์อ่อน) หาประธาน กิริยา ไม่เจอ ก็เลยแต่งนิยายมั่วมาเลยก็มีค่ะ

    แต่บางทีก็สงสารคนแปลนะคะ เพราะว่านักเขียนอังกฤษนี่ สุดยอดแห่งการใช้คำ แสลงเพียบ แล้วเราก็ไม่คุ้นเพราะว่าส่วนใหญ่จะชินกับภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมากกว่าค่ะ

    Comment by tweatypup — September 9, 2007 @ 5:32 pm

  9. I am freelance translator. I understand foreign languages (English and French).
    If you have the manucript to translate , you can contact me by e-mail or Mobile Phone: 081-7030851

    Comment by Taneephan — September 12, 2007 @ 11:30 am

  10. shouldn’t wish u happiness

    Comment by s — March 31, 2008 @ 8:22 am

  11. เป็นนักแปลอิสระครับ อังกฤษ-ไทย,ไทย-อังกฤษ มือคุณภาพครับ แปลมากว่าสิบปี ท่านใดสนใจใช้บริการติดต่อหมายเลข 081 950 8646 ติดต่อคุณหนูเล็ก

    Comment by clark — May 8, 2008 @ 3:56 am

  12. มันก็น่าจะปวดหัวจริง ๆ นั่นแหละ ขนาดยังไม่ได้เป็นนักแปล หรือ proofreader เต็มตัว (ตอนนี้กำลังจะเริ่ม แต่ก่อนทำเพื่อการกุศล เหอ ๆ งานก็ไม่ได้เก็บไว้เป็นผลงานซะเนี่ย) ไปเอางานคนอื่นมาตรวจ โห ปวดหัวไปหลายวันหลายคืน แปลอะไรของเค้านั่น อึ้งค่ะ มันน่ากลัวมาก

    เห็นคนอื่นแปล ทำให้คิดว่ารู้งี้มุ่งอาชีพมาทางนี้แต่แรกดีกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะเริ่มได้ง่าย ๆ นะคะเชื่อมั้ย กว่าจะทำอะไรต่อมิอะไร กว่าจะได้ที่พำนักหล่อเลี้ยงกระแสเลือด ฉันก็เลยต้องพึ่งตัวเอง หาทางหนีทีไร่ให้ตัวเองอยู่รอดให้ได้ก่อน รอเค้าติดต่อมา อดตายแน่ค่ะ

    พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาทางปัญญา พัฒนาคุณภาพอะไรต่อมิอะไร ยังไงก็สู้ ๆ ต่อไปนะคะ

    :)

    Comment by ben — January 9, 2009 @ 7:15 pm

  13. บางทีงานตรวจแก้ก็ยากกว่างานแปลเสียอีกนะคะ :)

    อาชีพที่เกี่ยวข้องกับตัวหนังสือในบ้านเรานั้นยากเสมอ ยาก…ในแง่ที่ว่าทำอย่างไรถึงจะให้พอกินพอใช้ เพราะค่าตัวของนักเขียนนักแปลในบ้านเรายังโดนกดอยู่มากค่ะ ใครหลงรักงานนี้ก็ต้องดิ้นรนขวนขวายกันไปตามกำลัง แต่ฉันเชื่อว่าถ้าเราทำงานด้วยความรัก สักวันหนึ่งเราต้องได้ดี

    เป็นกำลังใจให้คุณได้ทำงานที่ตัวเองรักในเร็ววันนะคะ

    Comment by tweatypup — January 11, 2009 @ 3:36 pm

  14. หลงเข้ามาค่ะ เข้าใจจริง ๆ เรื่องการตรวจแก้งานแปลของคนอื่น จริง ๆ แล้วคืองานหนักเป็นสองเท่า แปลเองง่ายกว่าเยอะค่ะ หุหุ

    อ่ะ ไม่มีนะคะ อักษรกลางคำตายผันไม่ได้ค่ะ มีแต่ อะ-อ้ะ-อ๊ะ-อ๋ะ
    สแลง
    ทางหนีทีไล่

    และคนยุคใหม่ สอนไม่ได้ค่ะ ติงไม่ได้ค่ะ ไม่รับฟัง และน่าเสียดายที่อยู่กับการเขียนผิด ๆ จนไม่รู้ว่าเขียนถูกคืออย่างไร สมัยก่อนถ้ามีใครมาชี้แนะ จะขอบคุณกันนะคะ แต่สมัยนี้…ไม่ด่าก็บุญแล้ว หุหุ

    Comment by คนแปลคนหนึ่ง — March 28, 2009 @ 6:08 pm

  15. บางทีงานอย่างนี้ ถ้าไม่ได้ทำเองก็ไม่ซึ้ง ใช่ไหมคะ?

    ขอบคุณสำหรับคำที่ช่วยแก้ จริงๆ แล้วที่เขียนว่า อ่ะ เพราะอยากแอ๊บวัยรุ่นน่ะค่ะ ฮ่าๆ

    แต่คิดอีกที ก็ไม่ควรเขียนเหมือนกันนะคะ ไหนๆ ทำมาหากินทางนี้แล้ว (แถมด่าชาวบ้านไว้เยอะ) ก็ควรทำอะไรที่เป็นแบบอย่างที่ดี ส่วนคำว่า สแลง เขียนผิดเพราะความเคยชินและสะเพร่า เป็นอันว่าผิดโดยไม่มีข้อแก้ตัว

    คุณคนแปลคนหนึ่งตาดีจังค่ะ อยากให้นักแปลที่ออฟฟิศเป็นคนละเอียดอย่างนี้บ้างจังเลย

    ว่างๆ แวะมาอีกนะคะ ยินดีต้อนรับเสมอ

    Comment by tweatypup — March 29, 2009 @ 7:15 am

  16. สวัสดีครับ ผมเป็นนักแปลบทภาพยนตร์อิสระอีกคนนึง ยินดีให้คำปรึกษานะครับ มีประสบการณ์ 6-7 ปี ในการแปลทั้งบทพากย์ไทยและซับไตเติ้ล…เห็นด้วยครับว่าการตรวจงาน ยากกว่าเยอะ เพราะบางทีเหมือนเราต้องมาเรียบเรียงและแปลใหม่…แต่สมัยนี้สะดวกมากๆ เพราะเราสามารถค้นหาศัพท์ที่ไม่มีใน dictionary จากอินเตอร์เน็ทได้ แต่ไม่ใช่ทุกคำนะครับ บางครั้งเราก็ต้องตีความให้แตก หรือ context นั่นเอง ว่าคำพูดนั้นๆ เกี่ยงข้องกับเรื่องใด และสัมพันธ์กันยังไง และจับมาเชื่อมโยงกันให้ถูกต้อง

    Comment by magnifique — September 25, 2009 @ 11:52 am

  17. จริงอย่างที่คุณ magnifique ว่าค่ะ การแปลสมัยนี้ง่ายกว่ายุคก่อนตรงที่ว่ามีเทคโนโลยีช่วยในการสืบค้นได้มากมาย แต่…ก็ยังมีนัก(อยาก)แปลขี้เกียจๆ หลายคนที่ไม่ยอมเสียเวลาทำอย่างนั้น

    ยินดีที่ได้รู้จักกันนะคะ และขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือที่หยิบยื่นให้ล่วงหน้า ว่างๆ ก็แวะมาคุยกันอีกนะคะ

    Comment by tweatypup — September 25, 2009 @ 3:51 pm

  18. ส่วนมากที่ผมแปลคือหนัง หลายคนถามว่าใช้เวลานานมั้ย แรกๆบอกได้เลยว่า นาน มากกก เพราะเราก็ไม่ได้จบนอกเนาะ กว่าจะเข้าใจ ศัพท์แสงแสลง ก็นาน อาศัยซื้อ dictionary หลายๆเล่มมาศึกษา อะไรอยากได้ซื้อหมด การแปล ไม่สามารถใช้ dictionary เล่มเดียวครอบจักรวาลได้ โนเวย์ครับ นอกซะจากบุคคลท่านนั้นจะเป็น guru หรือ กูรู้ (มันซะทุกเรื่อง) 555++ เจอมาเยอะนะ พวกแผ่นผีทั้งหลาย แบบว่า ซับนรก อ่านแล้ว ขำๆ มีตัวอย่างให้อ่านกัน ผมดูหนังเรื่องนึง ตัวละคร ญ ร้าย พูดว่า “I’ll blow your head a big hole till i can stuff a TV into your head hole.” ผมไม่ทราบนะครับว่าใครแปล แต่มันคือหนังฆาตกรรม และตัวละคร ญ ร้าย นั้น กำลังเอาปืนจ่อหัวพระเอกซึ่งกำลังขับรถ อ้อ ลืมบอกไป มันไม่มี soundtrack ก็เลยต้องดู พากย์ไทย…เค้าพากย์ตามบทว่า “ฉันจะยิงหัวแกเป็นรูใหญ่จนเอาทีวมาตั้งได้” ไม่ผิดๆๆๆๆ แต่แอบขำ…แทนที่อรรถรสของหนังจะดุเดือดเลือดพล่าน กลายเป็นหนังตลกซะนี่ เยอะครับ อย่างที่เจอๆก็มี Holy shit=อุจจาระศักดิ์สิทธิ์ (ทั้งที่เหตุการณ์กำลังเข้าได้เข้าเข็ม 555++

    โอเคพอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวยาววว ยินดีที่รู้จักครับ คุณ tweatypup

    Comment by magnifique — September 27, 2009 @ 2:59 pm

  19. ได้ยินมาว่าพวกซับนรกส่วนใหญ่จะใช้โปรแกรมแปลน่ะค่ะ มันก็เลยออกมาพิลึกกึกกือ เคยผ่านตาซับนรกของเรื่อง Brokeback Mountain ไหมล่ะคะ ฮาสุดๆ จำได้ว่ามีอยู่ตอนนึง แปลประโยคว่า I’m Sick of peas. เป็น “ผมป่วยถั่ว” ไม่ได้แปลกว่ากินถั่วจนเบื่อแล้ว ^^

    ของตัวเองที่เจอมาล่าสุดคือ It’s a bull with no bullshit. (คนเขียนเขากำลังชมเชยรถที่มีโลโก้เป็นรูปกระทิง ก็เลยเล่นคำ) สุดยอดนักแปลของเราก็แปลมาว่า “มันคือวัว แต่ไม่ได้ขี้ออกมาเท่านั้น” เฮ่อ เห็นครั้งแรก จะเป็นลมซะให้ได้ ไม่รู้คนแปลแกพาซื่อหรือคิดว่ามันตลกดี ถึงได้แปลอย่างนั้น

    แต่ยังไงก็รู้สึกดีที่ได้รู้ว่ายังมีคนทำงานที่ขยันและขวนขวายอยู่นะคะ สู้ๆ ค่ะ

    Comment by tweatypup — September 28, 2009 @ 3:24 pm

  20. เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ การเป็นนักแปลไม่ใช่ว่าจะเป็นกันได้ง่าย ๆ

    Comment by อยากเป็นนักแปล — December 25, 2009 @ 7:54 pm

RSS feed for comments on this post.

Leave a comment

Line and paragraph breaks automatic, e-mail address never displayed, HTML allowed: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <code> <em> <i> <strike> <strong>























Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Naoko M