Tweatypup’s Nicknacks

February 8, 2007

เธอมีความสุขหรือเปล่า?

Filed under: Seen, Learned

 

Photobucket - Video and Image Hosting

“Are you Happy?”
เด็บบี้ ถาม มาร์ติน ในคืนวันที่พวกเขานัดพบกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาปล่อยให้เธอเป็นแม่สายบัวแต่งตัวเก้อในงานพร็อมแล้วหายตัวไปนานถึง 10 ปี

เด็บบี้ เป็นดีเจในเมืองเล็กๆ ส่วน มาร์ติน เป็นมือปืนรับจ้างที่มีอาการสับสนทางจิต เขาเดินทางกลับมาบ้านเกิดเพื่อร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบปีที่ 10 ของการจบมัธยมปลาย และเพื่อสะสางปมที่ยังค้างคาในใจ ปมนี้เกี่ยวกับ เด็บบี้ ล้วนๆ เพราะเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาคิดถึงมาตลอดนับตั้งแต่เขาตัดสินใจออกจากเมืองที่ตัวเองเติบโตมา

นี่เป็นบางส่วนในหนังที่ฉันชอบที่สุดเรื่องหนึ่ง-Grosse Pointe Blank จอห์น คิวแส็ค และ มินนี่ ไดรเวอร์ รับบทเป็นพระเอก-นางเอกที่เพี้ยนที่สุดคู่หนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ความเพี้ยนที่แสดงออกด้วยกิริยาท่าทางบ้าๆ บอๆ แต่แทบจะในทุกบทสนทนาของตัวละครทั้งสองสะท้อนว่า พวกเขามีบาดแผลในใจที่รักษาไม่หาย และมันมีผลให้ความคิดจิตใจของเขาบิดผันและทำให้ชีวิตของพวกเขาผิดเพี้ยนไป

เรื่องราวดำเนินไปอย่างโกลาหลอลหม่าน เพราะ มาร์ติน ก็มี “งาน” ชิ้นสุดท้ายที่ต้องทำให้เสร็จ แล้วตัวเขายังโดนนักฆ่าด้วยกันตามล่า

หลังจากใช้กระทะใบโตตบเปรี้ยงเข้าให้เต็มกบาลของคนที่หมายเอาชีวิตเขา มาร์ติน ก็หันไปบอก เด็บบี้ ที่ยืนช็อกรับประทานอยู่หลังประตูว่า “เด็บบี้ ฉันรักเธอ”

และหลังจากยิงกันอุตลุตในฉากบู๊ส่งท้าย หนังก็จบลงอย่างแฮปปี้ เอนดิ้ง ฉากที่พระเอก-นางเอกขับรถเปิดประทุนออกจากเมือง เหมือนแทนประโยคในนืทานที่ว่า “And they live happily ever after.”

แต่เชื่อฉันเถอะ ถ้าคุณได้ดูหนังเรื่องนี้ คุณจะบอกได้เลยว่า ไม่มีทางที่คนประสาทคู่นี้จะอยู่ด้วยกันแบบหวานชื่น ไร้อุปสรรคไปได้ตลอดหรอก

แต่ประโยคที่เด็บบี้ถามมาร์ตินว่า “เธอมีความสุขหรือเปล่า?” ยังคงติดอยู่ในใจฉันเสมอ ฉันคิดว่านั่นน่าจะเป็นสิ่งอดีตคู่รักหลายคู่อยากถามกันและกันในเวลาที่พวกเขาได้เจอกันอีกครั้ง

และมีหลายครั้งที่ฉันอยากถามหลายคนด้วยประโยคนั้น แม้ว่าฉันและคนที่ฉันอยากถามจะไม่ได้เป็นคู่รักกันเลยก็ตาม

เพื่อนคนหนึ่งแต่งงานไป ใครๆ ดูแล้วก็คิดว่าคู่นี้มีความสุขดี แต่แล้ววันหนึ่ง ฉันกลับรู้สึกว่าเหมือนมีความเหงาลึกๆ อยู่ในใจเพื่อน ฉันอาจคิดไปเอง หรือวันนั้นเพื่อนอาจจะเจอวันร้ายๆ มา แต่รสชาติขมจางๆ ในน้ำเสียงของฝ่ายนั้นตอนที่คุยกันก็ทำให้ฉันรู้สึกสะดุดในใจ ทั้งที่เรื่องที่พูดนั้นถือว่าเป็นบทสนทนาที่ไร้สาระโดยสิ้นเชิง

ความรู้สึกแบบนั้นทำให้ฉันอยากถามเพื่อนในตอนนั้นว่า “เธอยังมีความสุขอยู่ไหม?” แต่ก็ไม่กล้า 

ทุกวันนี้ ฉันยังสงสัยอยู่ว่า ถ้าหากตอนนั้น ฉันกล้าถามออกไปและเพื่อนกล้าตอบกลับมา…

ระหว่างคำตอบว่า “ไม่มีหรอก” กับ “ไม่รู้สิ” อย่างไหนจะน่าเศร้ากว่ากัน?

tweatypup©2007

February 6, 2007

รอ

Filed under: Life as a freelance

ชีวิตช่วงนี้ของฉันก็เหมือนทหารในช่วงรอเรียกประจำการ-รอให้มีคนโทรมาตามเพื่อไปทำงานรับจ้างตรวจการบ้านประจำเดือน

จะว่าเป็นเรื่องร้ายก็ไม่ใช่ จะว่าดีก็ไม่เชิง

ข้อดีคือฉันมีเวลาทำงานแบบสบายๆ ไม่ต้องตื่นเช้า ฝ่ารถติดเพื่อเข้าออฟฟิศ แล้วกลับบ้านดึกดื่นอย่างคนหมดแรง

ข้อเสียคือมันน่าหวาดเสียว เพราะหากไม่มีเสียงโทรศัพท์ ก็หมายถึงว่ารายได้ประจำส่วนหนึ่งก็คงหายไป นั่นหมายถึงความมั่นคง(ทางรายได้)ในชีวิตของฉันย่อมลดน้อยลงไปอีกส่วน แล้วฉันก็คงต้องตะเกียกตะกายหาทางเสริมส่วนที่หายไป

เกือบทุกเช้าฉันตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งปนเปกัน ระหว่างอยากให้มีโทรศัพท์(บางทีก็เป็นแมสเซจ)เรียกตัวไปทำงานจากน้องเลขาฯ หรือสหายคนเถื่อน กับไม่อยากได้ยินเสียงโทรศัพท์เลย

เวลาเช็คอี-เมลก็เกิดอาการคล้ายเวลาดูหนังผีตอนเด็กๆ พอคลิกที่ช่อง Inbox ปุ๊บ ก็อยากจะยกมือปิดตาปั๊บ แล้วค่อยๆ แอบดูตามร่องนิ้ว ลุ้นว่าจะมีอี-เมลตามตัวให้โผล่หัวไปที่ออฟฟิศเสียทีหรือไม่

ฉันว่าตัวเองก็พอมีความอดทนอยู่บ้าง แต่นิสัยขี้รำคาญทำให้ไม่ชอบอะไรที่มันคลุมเครือ ค้างคา ละล้าละลัง หรือสรุปไม่ได้ เวลาเกิดเหตุทำนองนี้ ถือว่าเป็นความทรมานเล็กๆ อย่างหนึ่งเหมือนกัน

หลายครั้งที่ฉันต้องเป็นคนตัดบท ตัดสินใจ เพื่อให้มันจบเรื่อง (จะได้ไปทำอย่างอื่น คิดเรื่องอื่นเสียที) แต่พอการตัดสินใจไม่ใช่หน้าที่ของฉัน ก็เลยเกิดอาการวิตกจริตขึ้นมาเช่นนี้แล

เฮ้อ ใครก็ได้ช่วยที…

tweatypup©2007

February 2, 2007

คนสนิทที่ไม่คุ้นเคย

Photobucket - Video and Image Hosting

ฉันว่ามิคกี้เม้าส์ตัวนี้ดูแปลกดี
แรกเห็น "เครื่องแบบ" ก็ว่าน่าจะใช่พี่มิคกี้
แต่ไหงหน้าพี่เค้าออกตี๋ๆ ชอบกล
แม้ว่าตาจะไม่ตี่เลย
หรือฉันอาจจะคิดไปเอง
เพราะรู้ว่ามิคกี้ตัวนี้เมด อิน ไชน่า
ช่างเถอะ…
ประเด็นก็คือพี่เค้าดูไม่เหมือนมิคกี้เม้าส์
แต่ก็เป็นมิคกี้เม้าส์
นั่นคือมีทั้งความใช่และไม่ใช่อยู่ในตัว
ทำให้ผู้ดูอย่างฉันเกิดความไม่แน่ใจ
เหมือนความรู้สึกเวลาได้พบเจอ
ใครบางคนที่เราเคยสนิทสนมด้วย
หากเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน
กลับมาเจอกันอีกที
ก็เกิดความลังเล
ว่าเรายังสนิทกันอยู่ไหม?
หรือกลายเป็นคนไม่เคยคุ้นกันเสียแล้ว
(แถกไปจนได้ซิเอ้า)

tweatypup©2007






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Naoko M