มันไม่หาย
อย่าได้คิดว่าฉันได้ไปเต้นระบำรำฟ้อนหรือเล่นกีฬาฮาเฮต่อท้ายด้วยคาราโอเกะที่ไหน เพราะ “มัน” ในที่นี้คือโรคหวัดตัวแสบที่มาเยือนฉันตั้งแต่ก่อนสิ้นปีเก่า จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังมีท่าทีจะว่าไม่ยอมจากไปง่ายๆ
เพราะยาจากหมอคลินิกนั้นไม่อาจกำราบฤทธิ์เดชของมัน หลังจากถ่อสังขารไปทำงานนอกบ้าน 1 วัน ฉันก็รู้แน่ชัดว่าจะต้องเป็นหมอและยาจากโรงพยาบาลเท่านั้นที่จะช่วยไล่มันออกไปจากตัวฉันได้
สายโด่งวันอังคาร ฉันเดินออกจากโรงพยาบาลพร้อมยาแก้อักเสบเม็ดใหญ่บึ้ม เพราะยาแก้อักเสบที่ชาวบ้านกินกันแล้วหายนั้น “แรง” ไม่พอสำหรับไวรัสในตัวฉัน เปรียบได้ดังเหมือนยางหนังสะติ๊ก ยิงถูกก็แค่เจ็บๆ คันๆ ส่วนยาใหม่นั้นเป็นเหมือนระเบิดนาปาล์ม หย่อนทิ้งลงตรงไหนก็ตายเรียบ (หวังว่า)
ส่วนตัวแล้ว ฉันไม่รังเกียจการกินยารสชาติห่วย แต่เกลียดการต้องกินยาเม็ดใหญ่มากๆ แล้วยิ่งมาเจ็บคอเสียอย่างนี้ การต้องกลืนอะไรที่ไม่อร่อยและใหญ่ยิ่งกว่าก้างปลาทู มันเป็นความทรมานสุดคลาสสิกอย่างหนึ่งของฉัน
และความที่เป็นโรคที่ไม่น่าสงสาร (หวัด-ใครๆ ก็เป็นได้ อย่าบังอาจทำสำออย) จึงต้องถ่อสังขารไปบริษัท หลังจากไปโรงพยาบาลแล้ว ฉันนั่งทำงานไปด้วย ไอดังสนั่นไปด้วย สร้างความหวาดผวาให้เพื่อนหนุ่มที่นั่งข้างๆ เพราะเจ้าตัวไม่มีต่อมทอนซิล จึงเซ้นซิทีฟกับเชื้อหวัด (แปลว่าติดหวัดง่าย) ดังนั้น พอเสียงแหบๆ ไม่เหมือนผู้เหมือนคนของฉันหลุดออกจากปากเป็นวันที่ 3 ก็มีขวดวิตามินซีจากไอ้คนขี้กลัวหวัดวางลงตรงหน้า พร้อมเสียงเข้มๆ ว่า “สองเม็ด!” ครั้นฉันทำท่าโยกโย้ เพราะไม่อยากกลืนวิตามินเม็ดโต ก็มีเสียงที่เข้มกว่าเก่าลอยมาว่า “(กิน)เดี๋ยวนี้เลย!" ฉันได้แต่ทำตาปริบๆ กลืนวิตามินลงคอแต่โดยดี เพราะไอ้เพื่อนคนนี้มันโคตรจะดุ ถ้าขืนยังดื้อแพ่ง ก็อาจโดนมันตีกบาลเอาได้
วิบากกรรมของฉันเพราะความหวังดีของคนอื่นยังไม่หมดแค่นี้ บ่ายวันเดียวกัน รุ่นน้องร่วมออฟฟิศที่ร่วมชะตากรรมป่วยเป็นหวัดลงคอเหมือนกัน และให้บังเอิญว่าเป็นคนชอบขวนขวายหาโน่นนี่มากินเสริมสุขภาพเสมอ ก็เดินมาหาฉันถึงโต๊ะพร้อมถ้วยกาแฟ ในนั้นมีน้ำร้อนใส่อะไรสักอย่างที่มีกลิ่นแปลกๆ พิลึกๆ (โดยส่วนตัวฉันว่ามันเหมือนกลิ่นพิมเสนผสมยานวดแก้ปวดเมื่อย) รุ่นน้องแสนดีบอกว่าเป็นน้ำผสมอะไรสักอย่างที่เป็นอาหารเสริมสุขภาพ ประมาณเกสรผึ้งหรืออะไรทำนองนั้น ฉันก็จำไม่ค่อยได้แล้ว ประมาณว่าจิบแล้วจะช่วยแก้ไอและเจ็บคอ ว่าแล้วเธอก็ยืนดูให้ฉันจิบจนหมดถ้วย (ขอบอกว่ารสชาติมันไม่สุนทรีย์เลย พับผ่า)
ในวันนี้ก็คล้ายๆ กัน หลังจากฉันโก่งคอไอสนั่น ขวดวิตามินซีก็ลอยมาอยู่ตรงหน้า ตามด้วยเสียงเข้มๆ ว่า “สองเม็ด!” เหมือนเดิม แต่ดูเหมือนว่าแผนวิตามินซีจะไม่ได้ผล เพราะพอตกค่ำ เพื่อนผู้น่าสงสารของฉันก็ทำเข้มไม่ออก รีบโบกมือลากลับบ้านเพราะรู้ตัวว่าหวัดเริ่มมาเยือน ฮ่าๆๆๆ (ขอแอบสมน้ำหน้ามันหน่อย)
แต่คิดไปคิดมาก็ชักใจไม่ดี พรุ่งนี้ฉันต้องไปเรียนแต่เช้า แล้วอาจารย์ที่สอนฉันก็สูงวัยรุ่นคุณปู่ นี่ถ้าฉันเอาหวัดไปติดท่านอีกคนจะบาปกรรมไหมนี่…
tweatypup©2007
