Tweatypup’s Nicknacks

January 29, 2007

ในบางเวลา ฉันชอบความห่วงใยมากกว่า…

มีคนส่งมอบของฝากมาให้ เป็นแค่ของเล็กน้อย ราคาค่างวดไม่มากมาย แต่เรียกรอยยิ้มได้อย่างเหลือเชื่อ

ฉันดีใจ-แน่นอน

แต่ความดีใจที่ได้ของ ยังไม่เท่าความดีใจที่มีใครคนหนึ่งคิดถึงเรา

แม้ในเวลาที่เราไม่ได้อยู่กับเขา

บางเวลา ฉันก็ชอบความรู้สึกห่วงใยกัน ใส่ใจกัน

มากยิ่งกว่าความรักใคร่ใหลหลง

บางเวลา ฉันก็คิดว่า ความห่วงใยคืออีกรูปแบบหนึ่งของความรัก

หรือเป็นปัจจัยหนึ่งของสิ่งนั้น

ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน มีความรักหลายรูปแบบ คุณว่าไหม?

ความรักของพ่อ-แม่-ลูก ของพี่-น้อง ของเพื่อนกับเพื่อน ครูกับลูกศิษย์ เจ้านายกับลูกน้อง เจ้าของกับสัตว์เลี้ยง ฯลฯ

รู้สึกดีใช่ไหมที่มีใครสักคนคอยดูแล

หรือว่าเป็นห่วง

หรือว่าคิดถึง

หรือว่าแค่นึกถึง

tweatypup©2007

January 25, 2007

10 บาทที่ทำให้ฉันเสียความรู้สึก

เมื่อสองสามวันก่อน ฉันไปซื้อบัตรชมการแสดงงานหนึ่งที่เคาน์เตอร์ของบริษัทรับจำหน่ายตั๋วเจ้าใหญ่ในบ้านเรา ฉันคงไม่ต้องเอ่ยชื่อ คุณก็น่าจะเดาออกกันว่าเป็นบริษัทไหน

ฉันซื้อตั๋วในราคาเหยียบหลักพัน เพื่อจะได้ที่นั่งในแถวหน้าๆ เพราะรู้ดีว่าการแสดงประเภทนี้ไม่ควรนั่งชมจากที่ไกลเกินไป

พนักงานขายตั๋วมารยาทงามรับมือความจู้จี้จุกจิกของฉันเรื่องที่นั่งอย่างใจเย็นจนฉันแอบชมในใจ แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายเงิน ฉันก็มีอันต้องงงงวยเมื่อพบว่า นอกจากตั๋วราคาแพงที่ฉันต้องจ่ายเต็มจำนวนแบบไม่มีลดเปอร์เซ็นต์นั้น ฉันยังต้องจ่าย "ค่าบริการ" อีก 10 บาทด้วย

รำพึง(ด่า)เรื่องนี้กับใครหลายคน แล้วจึงพบว่าบางคนเจอทีเด็ดกว่าฉัน เมื่อคนรู้จักของรุ่นน้องรับฝากซื้อบัตรคอนเสิร์ตจำนวน 20 ใบ แล้วก็เจอชาร์จค่าบริการเข้าไป 200 บาท!!!

เขาว่าเหตุเช่นนี้เกิดมาได้ระยะหนึ่งแล้ว จะด้วยเหตุผลกลใดมิทราบได้ แต่ฉันว่ามันเป็นการกระทำที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย เป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภคอย่างทุเรศทุรังที่สุด แย่ยิ่งไปกว่านั้น คือไม่มีการแจ้งให้ทราบว่าจะมีการคิดค่าบริการเพิ่มเติมจากค่าตั๋ว

ดังนั้น ฉันจึงขอเตือนผู้ชมทั้งหลายควรเตรียมเหรียญสิบไปด้วย เมื่อไปซื้อบัตรจากที่นี่ และใครที่ชอบฝากเพื่อนซื้อบัตรคอนเสิร์ต โปรดให้เงินเพิ่มจากราคาหน้าตั๋วอีก 10 บาทแก่เพื่อนของคุณไปด้วยเช่นกัน

10 บาท…เป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่ทำให้ฉันเสียความรู้สึกอย่างแรง ตอนแรกฉันยังสงสัยว่าบริษัทนี้จะคิดว่ามันคุ้มค่าไหม? ที่ต้องโดนประชาชนก่นด่าขนาดนี้ แต่เมื่อลองคิดคำนวณดู สมมติแบบมั่วๆ ว่าคอนเสิร์ต 1 รอบการแสดง มีคนดูประมาณ 1,500 คน ชาร์จค่าบริการคนละ 10 บาท ก็ได้ไปแล้ว 15,000 บาท ถ้ามีสัก 10 งาน บริษัทนี้ก็ได้ไปประมาณ 150,000 บาท

อือม์ ฉันว่าฉันเริ่มมองเห็นความคุ้มค่ากับการที่ต้องโดนด่าแล้วล่ะ.

tweatypup©2007

January 11, 2007

มันไม่หาย

อย่าได้คิดว่าฉันได้ไปเต้นระบำรำฟ้อนหรือเล่นกีฬาฮาเฮต่อท้ายด้วยคาราโอเกะที่ไหน เพราะ มัน ในที่นี้คือโรคหวัดตัวแสบที่มาเยือนฉันตั้งแต่ก่อนสิ้นปีเก่า จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังมีท่าทีจะว่าไม่ยอมจากไปง่ายๆ

เพราะยาจากหมอคลินิกนั้นไม่อาจกำราบฤทธิ์เดชของมัน หลังจากถ่อสังขารไปทำงานนอกบ้าน 1 วัน ฉันก็รู้แน่ชัดว่าจะต้องเป็นหมอและยาจากโรงพยาบาลเท่านั้นที่จะช่วยไล่มันออกไปจากตัวฉันได้

สายโด่งวันอังคาร ฉันเดินออกจากโรงพยาบาลพร้อมยาแก้อักเสบเม็ดใหญ่บึ้ม เพราะยาแก้อักเสบที่ชาวบ้านกินกันแล้วหายนั้น แรง ไม่พอสำหรับไวรัสในตัวฉัน เปรียบได้ดังเหมือนยางหนังสะติ๊ก ยิงถูกก็แค่เจ็บๆ คันๆ ส่วนยาใหม่นั้นเป็นเหมือนระเบิดนาปาล์ม หย่อนทิ้งลงตรงไหนก็ตายเรียบ (หวังว่า)

ส่วนตัวแล้ว ฉันไม่รังเกียจการกินยารสชาติห่วย แต่เกลียดการต้องกินยาเม็ดใหญ่มากๆ แล้วยิ่งมาเจ็บคอเสียอย่างนี้ การต้องกลืนอะไรที่ไม่อร่อยและใหญ่ยิ่งกว่าก้างปลาทู มันเป็นความทรมานสุดคลาสสิกอย่างหนึ่งของฉัน

และความที่เป็นโรคที่ไม่น่าสงสาร (หวัด-ใครๆ ก็เป็นได้ อย่าบังอาจทำสำออย) จึงต้องถ่อสังขารไปบริษัท หลังจากไปโรงพยาบาลแล้ว ฉันนั่งทำงานไปด้วย ไอดังสนั่นไปด้วย สร้างความหวาดผวาให้เพื่อนหนุ่มที่นั่งข้างๆ เพราะเจ้าตัวไม่มีต่อมทอนซิล จึงเซ้นซิทีฟกับเชื้อหวัด (แปลว่าติดหวัดง่าย) ดังนั้น พอเสียงแหบๆ ไม่เหมือนผู้เหมือนคนของฉันหลุดออกจากปากเป็นวันที่ 3 ก็มีขวดวิตามินซีจากไอ้คนขี้กลัวหวัดวางลงตรงหน้า พร้อมเสียงเข้มๆ ว่า สองเม็ด!” ครั้นฉันทำท่าโยกโย้ เพราะไม่อยากกลืนวิตามินเม็ดโต ก็มีเสียงที่เข้มกว่าเก่าลอยมาว่า (กิน)เดี๋ยวนี้เลย!" ฉันได้แต่ทำตาปริบๆ กลืนวิตามินลงคอแต่โดยดี เพราะไอ้เพื่อนคนนี้มันโคตรจะดุ ถ้าขืนยังดื้อแพ่ง ก็อาจโดนมันตีกบาลเอาได้

วิบากกรรมของฉันเพราะความหวังดีของคนอื่นยังไม่หมดแค่นี้ บ่ายวันเดียวกัน รุ่นน้องร่วมออฟฟิศที่ร่วมชะตากรรมป่วยเป็นหวัดลงคอเหมือนกัน และให้บังเอิญว่าเป็นคนชอบขวนขวายหาโน่นนี่มากินเสริมสุขภาพเสมอ ก็เดินมาหาฉันถึงโต๊ะพร้อมถ้วยกาแฟ ในนั้นมีน้ำร้อนใส่อะไรสักอย่างที่มีกลิ่นแปลกๆ พิลึกๆ (โดยส่วนตัวฉันว่ามันเหมือนกลิ่นพิมเสนผสมยานวดแก้ปวดเมื่อย) รุ่นน้องแสนดีบอกว่าเป็นน้ำผสมอะไรสักอย่างที่เป็นอาหารเสริมสุขภาพ ประมาณเกสรผึ้งหรืออะไรทำนองนั้น ฉันก็จำไม่ค่อยได้แล้ว ประมาณว่าจิบแล้วจะช่วยแก้ไอและเจ็บคอ ว่าแล้วเธอก็ยืนดูให้ฉันจิบจนหมดถ้วย (ขอบอกว่ารสชาติมันไม่สุนทรีย์เลย พับผ่า)

ในวันนี้ก็คล้ายๆ กัน หลังจากฉันโก่งคอไอสนั่น ขวดวิตามินซีก็ลอยมาอยู่ตรงหน้า ตามด้วยเสียงเข้มๆ ว่า สองเม็ด!” เหมือนเดิม แต่ดูเหมือนว่าแผนวิตามินซีจะไม่ได้ผล เพราะพอตกค่ำ เพื่อนผู้น่าสงสารของฉันก็ทำเข้มไม่ออก รีบโบกมือลากลับบ้านเพราะรู้ตัวว่าหวัดเริ่มมาเยือน ฮ่าๆๆๆ (ขอแอบสมน้ำหน้ามันหน่อย)

แต่คิดไปคิดมาก็ชักใจไม่ดี พรุ่งนี้ฉันต้องไปเรียนแต่เช้า แล้วอาจารย์ที่สอนฉันก็สูงวัยรุ่นคุณปู่ นี่ถ้าฉันเอาหวัดไปติดท่านอีกคนจะบาปกรรมไหมนี่…

tweatypup©2007

January 3, 2007

ป่วยปีใหม่

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ใครๆ ก็เตรียมฉลองปีใหม่ แต่ฉันเจอหวัดเล่นงานไปแบบเต็มๆ หนำซ้ำเป็นหวัดแบบที่ฉันเกลียดที่สุด ซึ่งก็คือหวัดลงคอ ดังนั้น ในช่วงเวลา 2-3 วันที่คนอื่นๆ ได้หยุดฉลอง จึงมีเพียงเสียงของฉันที่แอบหนีไปเที่ยวปีใหม่ ปล่อยให้เจ้าของนั่งๆ นอนๆ ไอค้อกแค้กทั้งวันทั้งคืน

สองคืนที่ผ่านมา ฉันไอจนเหนื่อย แสบคอไปหมด แล้วก็เลยพาลนอนไม่หลับ ยามกลางวัน ฉันจึงมีสภาพเหมือนซอมบี้ มึนหัวทั้งวัน คิดอะไรไม่ค่อยออก ทำได้แต่งานที่ไม่ต้องใช้สมองมากอย่างการปัดกวาดเช็ดถูเท่านั้น

ความจริงแล้ว เหตุหนึ่งที่ฉันต้องป่วยจนน่าสังเวชนี้คือความประมาทของตัวเอง เพราะเริ่มป่วยในวันที่ห้างร้านใกล้บ้านเริ่มหยุด รวมทั้งคลินิกหมอเจ้าประจำ จึงทำให้เกิดความเกียจคร้านที่จะถ่อสังขารไปโรงพยาบาล ประกอบกับความคิดผิดมหันต์ที่นึกว่ายาแก้อักเสบเม็ดละไม่กี่บาทและวิตามินซีเม็ดใหญ่บึ้มคง เอาอยู่จึงกลายเป็นว่าฉันนี่แหละที่โดนหวัดเล่นงานซะอยู่หมัด นอนน็อกอยู่กลางเวที

คนที่บ้านนึกว่าฉันไม่ได้เป็นอะไรมาก เนื่องจากยังเห็นว่านั่ง นอน ยืนได้เป็นอันดี แถมยังกินเอาๆ ได้ครบสามมื้อ ฉันเองก็เป็นมนุษย์ปากหนัก ที่จะให้ร้องอ้อน โอดครวญนั้น ทำไม่ค่อยถนัด ความจริงแล้วก็อยากลองทำเหมือนกัน แต่นึกภาพแล้วคงไม่น่าดูเท่าไหร่ เลยงดเว้นไป…และด้วยประการทั้งหมดนั้น จึงไม่มีใคร แม้กระทั่งตัวเอง คิดว่าฉันต้องการให้ใครสักคนช่วยพาไปหาหมอ (สม)

กินยาจนหมดบ้าน อาการก็ไม่ดีขึ้น ไข้หายไป แต่อาการไอไม่ยอมลาจาก อมยาตั้งแต่รุ่นสมุนไพรรสนุ่มไปจนถึงรุ่นแรงฤทธิ์ รสชาติบาดคออย่าง เพื่อนชาวประมง ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ยังคงต้องโก่งคอไอจนน่าโมโห(ที่มันไอไม่เลิก) คนกระแดะอยากเป็น Tough Girl อย่างฉัน จึงต้องตะเกียกตะกายไปร้านหมอด้วยตัวเองในวันนี้ ซึ่งเป็นวันที่ใครๆ ก็เปิดร้านรับปีใหม่ จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการไปยืนเหวออยู่หน้าประตูที่ปิดล็อกของคลินิกคุณหมอ

เดินกลับบ้านพร้อมยาถุงโต แต่ฉันก็ใจชื้นขึ้น หวังว่ายาจะช่วยให้ฉันหายป่วยไวๆ เพราะยังมีอะไรต่อมิอะไรที่ต้องทำให้เสร็จอีกเยอะแยะ แต่ก็หนักใจในเวลาเดียวกัน เพราะใกล้ถึงกำหนดส่งงานหลายชิ้น คิดแล้วเหมือนกับว่า ชะตากรรมก่อนสิ้นปี-การต้องทำงานไปป่วยไป-ของเจ้าอ้อม ตินกานต์ถูกส่งผ่านมาให้ฉัน

พูดอย่างนี้ อย่าคิดว่าเป็นการกล่าวหาว่าน้องเอาความซวยมาให้ เปล่าเลย แค่อยากบอกว่า ตอนที่น้องป่วยนั้น ทุกข์ของเธอเป็นอย่างไร ฉันได้รู้ซึ้งแล้ว เท่านั้นเอง

อโรคยา ปรมลาภา-ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ

จริงแท้แน่เทียว.

Tweatypup©2007






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Naoko M