Most favorite pictures from my England trip.
ไม่ได้จัดประกวดกับใครที่ไหน เพราะถ่ายเอง เลือกเองทั้งนั้น…





สวัสดีปีใหม่ค่ะ.
ไม่ได้จัดประกวดกับใครที่ไหน เพราะถ่ายเอง เลือกเองทั้งนั้น…





สวัสดีปีใหม่ค่ะ.
อากาศหนาวมาทันเวลาเหมือนจะรู้ใจเรา…อะไรจะสุดเซ็งเท่าหน้าหนาวที่ร้อนจนตับแลบคงไม่มี–ใช่ไหม?
อีกไม่นานก็จะถึงเทศกาลให้และรับของขวัญ ผู้คนมากมายอยู่ตามห้างร้าน เลือกซื้อของ เป็นภาพที่ชินตามานานปี ฉันมักเลี่ยงการเดินชอปปิ้งในช่วงเวลานี้เพราะไม่ชอบการเบียดเสียดและไม่อยากเป็นบ้าตายเพราะเสียงเพลงคริสต์มาส-ปีใหม่ที่กรอกหูอยู่ซ้ำซากเป็นชั่วโมงๆ
เราทุกคนคงดีใจเวลาได้ของขวัญ ยิ่งเป็นของขวัญจากคนที่เรารัก ยิ่งดีใจ ฉันก็ไม่ต่างจากคนอื่น สำหรับฉันแล้ว การได้รับของขวัญไม่ได้มีความหมายเพียงแค่เราได้ของฟรี แต่ภายใต้กล่องที่ห่อกระดาษผูกริบบิ้นสวยๆ นั้นหมายถึงยังมีใครคนหนึ่งที่คิดถึงเรา ในทางกลับกัน ฉันก็อยากคิดว่า คนที่ได้ของขวัญจากฉัน ก็คงรู้สึกถึงความคิดถึงที่ฉันมีให้เขาหรือเธอเช่นกัน
ฉันไม่ค่อยให้ของขวัญปีใหม่แก่ใคร แต่มักให้ในวันเกิดมากกว่า ตามความคิดของฉัน นั่นคือวันที่มีความหมายสำหรับเจ้าตัวมากกว่าเทศกาลรื่นเริงใดๆ บางปี ฉันให้ของขวัญคนมากมาย บางปีก็ให้น้อยเหลือเกิน แล้วแต่กำลังทรัพย์และเวลาว่างเพื่อเลือกดู เพราะฉันมีกฎประจำตัวอยู่ว่า จะไม่ให้ของขวัญที่แม้กระทั่งตัวเองก็ยังไม่อยากได้แก่ใครเป็นอันขาด
แล้วยังมีบ้างบางคนที่ฉันอยากให้ของขวัญ แต่ให้ไม่ได้ เพราะเขาจากไปไกลแสนไกลเสียแล้ว
ฉันแค่อยากบอกว่า ถ้ามีใครสักคนที่คุณอยากให้ของขวัญและเขายังสามารถรับจากเราได้ ก็อย่าลังเลเลยนะ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของแต่เท่านั้น อย่างอื่นก็เป็นของขวัญได้ ความรัก ความห่วงใย ความรู้สึกที่ดี ส่งออกไปเถิด ล้วนแต่ดีกับทั้งคนให้และคนรับ
ทั้งคนที่อยู่ใกล้และไกล-หากเขามีความหมายกับเรา อย่ายอมให้เวลาผ่านเลยไปเฉยๆ อย่าให้ความคุ้นชินมาเจือจางความสำคัญของคนๆ นั้น เพียงเพราะ "เห็นกันอยู่ทุกวัน จึงไม่ได้คิดถึงเขาเท่าที่ควร" แล้ววันหนึ่งมันก็จะสายเกินไปที่จะ "คิดถึง" เขาจริงๆ
ขออย่าให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นกับพวกคุณเลย.
tweatypup©2006
วันนี้ฉันเจอเรื่องชวนช็อคและชวนห่อเหี่ยวใจ
ฉันไปเรียนทำกิจกรรมอย่างหนึ่งที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งต้องมีครูและครูผู้ช่วย รวม 2 คนในการสอนกิจกรรมนี้ ครูใหญ่เป็นชาย สูงอายุระดับอาจารย์ปู่ ครูเล็กเป็นหญิงรุ่นลูก(ของครูใหญ่) ซึ่งคนหลังนี้ฉันสนิทสนมด้วยพอสมควร
แล้ววันนี้ ฉันก็ไปเรียน เพื่อจะเจอกับข่าวร้ายว่า ครูสาวของฉันลาออกไปแล้ว สาเหตุไม่แน่ชัดและฉันก็ไม่ได้ซักถาม เพราะดูทิศทางลมแล้ว ไม่น่าจะใช่การจากกันด้วยดี
หลังจากนั้น ฉันโทรหาอดีตครู คุยกันนิดหน่อย เธอก็ไม่ได้อธิบายอะไรนัก เพียงแต่บอกว่าที่ลาออกเพราะมีเรื่องยุ่งๆ และคิดว่ายิ่งอยู่ไปนาน ก็จะยิ่งยุ่ง
ฉันรู้สึกเสียดาย เพราะอดีตครูช่วยให้การเรียนการสอนเป็นไปได้ง่ายและไหลลื่น บรรยากาศก็ครึกครื้นเพราะเธอเป็นคนตลก ช่างเย้าช่างแหย่ ฉันยังนึกเสียดายแทนเธอด้วย เพราะฉันคิดว่านี่คืองานที่เธอรักมาก เธอเคยพูดถึงวันหนึ่งที่โรงเรียนอาจจะไม่จ้างเธออีกต่อไป แต่นั่นก็หมายถึงว่าคงเป็นวันที่เธอกลายเป็นครูแก่ๆ เดินกะย่องกะแย่งไปแล้ว ซึ่งแปลว่าเธอไม่ได้คิดจะจากโรงเรียนนี้ไปไหนเลย
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ฉันไม่รู้ว่าใครผิด ใครถูก ต่างคนต่างก็มีมุมมอง มีเหตุผลของตน แต่มันทำให้ฉันคิดถึงวลีที่เคยพบในนิยายจีน(น่าจะเป็นอย่างนั้น)ที่พูดถึง ’วาสนาที่มีต่อกัน’
ครูสาวและอาจารย์ปู่ก็คงมีวาสนาต่อกันเพียงแค่นี้ ได้เป็นเสี้ยวหนึ่งในชีวิตของกันและกันในระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่ปี แล้วก็ต้องแยกย้ายกันไปตามทางของใครของมัน ต่อให้มีใครนึกเสียดายแค่ไหน อะไรๆ ก็คงกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ต่างคนต่างปิดประตูตายใส่กันขนาดนั้น
วาสนาของฉันที่มีต่อเธอก็คงเหลือไม่มากนัก เพราะถึงไม่ได้เลิกสมาคมกัน แต่เรื่องที่จะได้เจอกันบ่อยๆ นั้น คงเป็นไปได้ยาก เวลาที่กำลังผ่านไปก็คงพาให้เราค่อยๆ ห่างกันไปด้วย สำหรับฉันแล้ว เป็นเรื่องที่น่าเศร้าไม่น้อยเลย
แต่ฉันจะทำอย่างไรได้เล่า? เรื่องมันเกิดไปแล้ว ทุกคนตัดสินใจไปแล้ว จะย้อนเวลากลับไปก็คงไม่ได้
สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือทำใจว่า "เราคงมีวาสนาต่อกันเพียงเท่านี้".
tweatypup©2006
Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Naoko M