Tweatypup’s Nicknacks

May 30, 2006

โชคดีที่ไม่ดัง

Filed under: Learned

นานมาแล้ว ฉันได้อ่านเว็บบล็อกข่าวแนวซุบซิบของดาราฝรั่งคนโปรดของฉันคนหนึ่ง แล้วก็ชวนให้นึกดีใจว่าตัวเรานี้ ช่างโชคดีจริงหนอ ที่ไม่ได้มีเหตุให้กลายเป็นคนดังหรือคน "ของประชาชน"

ข่าวที่ว่านั้น "เม้า" ในเชิงแฉว่าขวัญใจของฉันเป็นเสือผู้หญิงสุดแสบ เวลาไปถ่ายหนังก็ออกลาย ออกฤทธิ์เดชต่างๆ นานาจนผู้คนในกองถ่ายเอือมระอา มีการใช้ให้ผู้ช่วยไปเสาะแสวงหาหญิงสาวมาขึ้นเตียงด้วยทุกวัน ซ้ำยังโดนเจ้าของสถานที่บางแห่งคาดโทษว่า(กรุณา)อย่ากลับมาที่นี่อีกต่างหาก

ฉันอ่านแล้วก็ให้รู้สึกอ่อนอกอ่อนใจ ไอ้เชื่อน่ะ..ไม่เชื่อหรอก แหม…ข่าวพวกนี้ก็เขียนกันเวอร์หวือหวาอยู่แล้ว อาจจะมีความจริงอยู่แค่ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ ประมาณว่าพาดหัวซะสิบล้าน แต่เนื้อหาข้างในมีแค่ 2 บาทเท่านั้นเอง

สิ่งที่ทำให้ฉันอนาถใจมากกว่าก็คือผู้คนที่พร้อมจะเชื่อข่าวพวกนี้ เมื่อได้อ่านความเห็นของคนที่เข้ามาโพสท์แสดงความเห็นต่อบทความ(?) ฉันก็ตระหนักว่า ทั้งไทยทั้งฝรั่งสามารถฉลาดน้อยได้พอๆ กันจริงๆ แล้วฉันก็คิดว่ามันแปลกอยู่เหมือนกันนะ ที่คนเราจะมาด่าทอหรือแสดงความเห็นร้ายๆ ต่อพฤติกรรมของคนอื่นที่เราไม่รู้จักนิสัยใจคอจริงๆ ของเขา ซึ่งยังไม่นับว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้อีกต่างหาก

ความหมายของคำเปรียบเปรยว่า "เสือหิว หมาโซ" เป็นอย่างไร ฉันเพิ่งมองเห็นชัดเจนในใจก็คราวนี้ คนที่มาโพสต์ความเห็นในบล็อกดังกล่าวหลายๆ คนทำให้ฉันรู้สึกว่าพวกเขาเหมือนสัตว์ป่าผู้หิวโหยที่รอคอยอะไรสักอย่างร่วงลงมาให้รุมทึ้ง กัดแทะกันอย่างตะกรุมตะกราม เพื่อให้ตัวเองอิ่มท้อง

ฉันไม่รู้หรอกว่าดาราขวัญใจของฉันจะรู้สึกอย่างไร ขนาดไหน รู้แต่ว่าถ้าเป็นฉัน โดนใครมาเม้าแบบนี้ คงอดกรี๊ดแตกไม่ได้ ตามด้วยอาการโมโหจนลมออกหู นึกอยากสั่งกุดหัวคนเขียนข่าวในทันควัน แต่หากทำเช่นนั้นจริง ก็ยิ่งเข้าทางนักขายข่าวฉาวพวกนี้ เพราะยิ่งมีเรื่อง ยิ่งมีข่าวดัง หนังสือยิ่งขายดี เรื่องอาย-ไม่อาย ไม่ต้องพูดถึง ได้เงินเสียอย่าง (ใครจะทำไม?) ก็ดูแต่หนังสือแนวแฉๆ ในบ้านเรานั่นปะไร ยอดพิมพ์เป็นหมื่นเป็นแสน จนฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าจะซื้อไปอ่านอะไรกันนักหนา

อีกอย่างหนึ่งคือ ขืนทำปากกล้า หันมาด่านัก(ขาย)ข่าวพวกนี้ ก็จะถูกรุมประณาม เอาปูนหมายหัว จับขึ้นบัญชีดำ กลายเป็นดาราหมาหัวเน่า ตามด้วยการขุดคุ้ยเบื้องลึกเบื้องหลัง ความไม่ดีต่างๆ นานา เรียกว่าเคยแคะขี้มูก เกาก้นหรือไปเมาปลิ้นอยู่แถวไหน ประชาชีได้เห็นหมดก็งานนี้แหละ นับว่าเป็นอันตรายต่ออาชีพแบบสุดๆ

คนดังทั้งหลายก็เลยต้องยอมให้นัก(ขาย)ข่าวรุมแล่เนื้อเถือหนังกันต่อไป เรียกว่ายอมเสียส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่ กลายเป็นราคาที่คุณต้องจ่าย เมื่อกลายเป็นขวัญใจมหาชน

เอ้า! ดีใจหรือยังที่คุณไม่ได้เป็นคนดังกะเขาน่ะ?

tweatypup©2006

May 8, 2006

Ignorance is a sin.

Filed under: Learned

Ignorance is a sin when it’s invovled with someone’s life.

ฉันบอกเพื่อนคนหนึ่งในโลกไซเบอร์ไปแบบนั้น

เรากำลังพูดคุยกันถึงชีวิตที่น่าเหน็ดเหนื่อยของฉันที่มาพร้อมกับอาการป่วยของหมาแก่ตัวหนึ่งในบ้าน ฉันบ่นว่าเหนื่อยเหลือเกิน งานก็ต้องออกไปทำ กลับมาบ้านก็คอยห่วงหมา เพราะคนอื่นๆ ในบ้านต่างก็มีภาระ ต่างคนต่างก็ล้าจนแทบไม่มีใครมาทุ่มเวลาดูแลให้มันได้อย่างเต็มที่ ฉันก็อยากตัดช่องน้อยแต่พอตัว ไม่สนใจใครอื่น แต่ก็ทำไม่ได้ ฉันมักรู้สึกว่ามันบาปนักหนา หากเราไม่ยอมละความสะดวกสบายส่วนตัว ยอมลำบากเพื่อทำอะไรสักอย่างที่มีความหมายต่อใครสักคน-หรือในกรณีนี้-อาจช่วยยืดเวลาให้ชีวิตอีกชีวิตหนึ่งได้

เจ้าหมาแก่ของฉันไม่สบายอย่างหนัก เป็นเพราะสังขารที่เสื่อมไปตามอายุขัย ระบบไตของมันล้มเหลว เรียกง่ายๆ ว่าไตวาย วันแรกๆ ที่เกิดอาการนั้น ฉันใจไม่ดีเลย มันได้แต่นอนตัวอ่อนปวกเปียกอยู่กับที่เหมือนตุ๊กตาผ้าเก่าๆ ไม่กิน ไม่ถ่าย เห็นแต่ช่วงตัวกระเพื่อมขึ้นลงที่เป็นสัญญาณแสดงว่ามันยังมีชีวิตอยู่ ฉันและน้องชายรีบพาไปหาหมอ แต่ร้านคุณหมอเจ้าประจำก็ยังไม่เปิด เราต่างก็ต้องรีบไปทำงาน จึงตัดสินใจพามันไปให้หมออีกร้านหนึ่งดูอาการ เจ้าหมาแก่ถูกฉีดยา 3 เข็ม หมอสันนิษฐานว่าปอดชื้น พรุ่งนี้ให้พามาดูอาการใหม่

ฉันทำงานไม่เป็นสุขทั้งวัน กระทั่งวันรุ่งขึ้น จึงตัดสินใจพาหมาป่วยไปหาคุณหมอเจ้าประจำ เพราะฉันไม่มั่นใจในตัวหมอเมื่อวานที่ไม่ได้ตรวจอะไรละเอียดนัก ดูเหมือนจะรักษาไปตามอาการมากกว่าจะสนใจหาสาเหตุของความป่วยไข้ คราวนี้คุณหมอไม่ยอมให้หมาแก่ของฉันกลับบ้าน แต่ต้องนอนให้น้ำเกลือที่คลินิกและตรวจเลือดเสียก่อน คุณหมอยังบอกให้เราทำใจแต่เนิ่นๆ เพราะมันแก่มากแล้ว เวลาเจ็บป่วยก็จะฟื้นตัวช้า อีกอย่างคือน่าสงสัยว่าจะเป็นอาการไตวาย ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ก็คงช่วยอะไรไม่ได้

เจ้าน้องชายตกลงว่าจะมารับมันกลับในตอนเย็น ฉันกลับไปไม่ทันหรอก แต่แม่ก็เล่าให้ฟัง ฉันได้เห็นแต่มันนอนเฉยอยู่ในกรงพร้อมขวดน้ำเกลือที่ยังให้ไม่หมด ดูแล้วน้ำตาแทบร่วง น้องฉันบอกว่าหมอสรุปว่าหมดหวัง แล้วถ้าอยากให้ฉีดยาให้มันหลับไปเลยตลอดกาล ก็จะทำให้ แต่เจ้าน้องชายตัดใจไม่ได้ ใครๆ ในบ้านก็ไม่อยากทำ แม่ออกปากว่า ช่างเถอะ มันจะอยู่อีกเท่าไหร่ก็แล้วแต่ตัวมัน เราก็คอยดูแลเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกัน…

หลังจากเจ้าหมาแก่กลับมาบ้าน ฉันก็แทบไม่ได้นอนเต็มตา สะดุ้งตื่นทุกเช้าเพราะอากาศร้อนจัดและด้วยความเป็นห่วงหมา ฉันยังสวดมนต์ให้มันทุกคืน แม้ในบางคืนที่ง่วงเหลือเกิน ก็ยังฝืนทำ ใครจะว่าบ้าก็ช่าง อย่างน้อยฉันก็ขอทำให้ตัวเองสบายใจ

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป น่าอัศจรรย์ใจไหม? เจ้าหมาแก่ของฉันเริ่มแข็งแรงขึ้น ถึงจะยังนอนเกือบทั้งวัน แต่มันก็ลุกขึ้นมาต้อนรับได้ เมื่อมีใครสักคนกลับถึงบ้าน แล้วยังลุกไปเห่าเสียงดังใส่บุรุษไปรษณีย์ได้อีกต่างหาก…ไม่อยากนึกเลยว่าถ้าน้องชายฉันหรือคนในบ้านคิดง่ายๆ แค่ไม่อยากรับภาระดูแลหมาป่วยหนัก ตกลงให้หมอฉีดยาให้มันหลับไป คงกลายเป็นว่าเราขโมยวันเวลาที่เหลือของมันไปอย่างไม่ชอบธรรม ชีวิตของเจ้าหมาแก่คงสิ้นสุดลงในอีกทาง

และฉันดีใจเหลือเกินที่เรื่องราวชีวิตของมันยังไม่จบ.

tweatypup©2006






















Get free blog up and running in minutes with Blogsome
Theme designed by Naoko M