ไม่น่ารัก
ฉันเพิ่งมีโอกาสได้พบเห็นความไม่น่ารักของคนถึง 2 ครั้ง 2 คราในวันเดียว ครั้งแรกนั้น ฉันมีโอกาสได้เป็นแค่ผู้รับรู้เหตุการณ์อยู่ห่างๆ ส่วนครั้งหลัง ฉันเป็นผู้ประสบเหตุด้วยตัวเอง
เหตุเกิดเมื่อมีพายุฝนตกกระหน่ำ เพดานออฟฟิศที่ฉันแวะเวียนไปรับจ้างทำงานเกิดรั่วหลายจุด คงเป็นเพราะมุงหลังคาไว้ไม่ดี
ห้องของเจ้าใหญ่นายโตคนหนึ่งของสำนักงานแห่งนั้นก็หนีน้ำรั่วไม่พ้น แถมยังรั่วมากกว่าใครจนน้ำไหลเจิ่งนองพื้นขณะที่เจ้าของห้องไม่อยู่ คุณแม่บ้านพยายามเช็ดจนไม่รู้จะเช็ดยังไงให้แห้งทัน จึงต้องออกมาร้องเรียกขอกำลังเสริม
"เด็กๆ" หลายคนวิ่งไปช่วย ฉันไปยืนเมียงมองอยู่ห่างๆ เพราะไม่รู้จะช่วยอะไรได้และไม่อยากจะเข้าไปยุ่มย่ามนัก แต่เมื่อเห็นน้ำไหลหยดลงอุปกรณ์พวกไฮเทค-ไฮโซฯทั้งหลาย จึงร้องบอกไปว่าควรดึงปลั๊กออกก่อนที่จะมีอะไรช็อตขึ้นมา
พนักงานสาว 3-4 คนวิ่งวุ่น ทั้งเช็ดน้ำ ทั้งช่วยกันเก็บของ ฉันเองไม่รู้ว่าจะไปยืนเป็นพร็อพประกอบฉากไปทำไม จึงเลี่ยงออกมา สวนกันกับเจ้าของห้องที่เดินหน้าตื่นไปดูสถานการณ์
ภายหลัง มีหนึ่งในพนักงานสาวๆ แอบบ่นเล็กๆ ให้ฉันฟังว่า นอกจากคุณเจ้าของห้องจะไม่ขอบอกขอบใจใครแล้ว ยังบ่นว่าพนักงานคนหนึ่งในนั้นซึ่งคงมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยและเรื่องจิปาถะในออฟฟิศ ว่าทำไมไม่รู้จักเรียกช่างมาซ่อมแซมหลังคาโดยไว (น้ำจะไม่รั่วลงมาโดนสมบัติแพงๆ ของฉัน)
เออหนอ ท่าทางพ่อคุณคงจะมีขี้ข้ารองบาทในบ้านเสียจนเคยคุ้น พอมีใครนอกบ้านมาทำอะไรให้ ทั้งที่ไม่ใช่ธุระของเขา ก็เลยไม่รู้จักขอบใจผู้คน เพราะลืมคิดไปว่าพวกเขาไม่ได้กินเงินเดือนที่บ้านตัวเอง
คนแบบนี้น่าสงสาร เพราะเขาไม่รู้ตัวว่าเป็นคนไม่น่ารัก แล้วครั้งหน้า หากเขาต้องการความช่วยเหลือ ใครจะอยากเต็มใจทำให้?
***********
เรื่องของคนไม่น่ารักรายที่ 2 เป็นเรื่องที่ฉันมาคิดๆ ดูแล้ว ช่างไร้สาระสิ้นดี
ในช่วงเย็น ก่อนจะออกจากสำนักงานแห่งนั้น ขณะฉันกำลังเดินเลี้ยวออกจากทางเข้าห้องน้ำซึ่งไม่ได้กว้างขวางนัก ก็บังเอิญให้ต้องหยุดยืนประจันหน้ากับพนักงานหญิงคนหนึ่ง…ฉันขอเรียกเธอว่า "ป้าเชิด" ก็แล้วกัน
ฉันไม่เคยรู้จักป้าเชิดเป็นการส่วนตัว เคยแต่เห็นหน้าเธอหลายครั้งที่บริษัทแห่งนั้น รู้เลาๆ ว่าเธอทำงานอยู่แผนกไหน แต่ขอโทษเถอะ-เธอชื่อเรียงเสียงไร ฉันยังไม่รู้เลย และไม่เคยสนใจอยากรู้ด้วย
แต่ป้าเชิดกลับชักสีหน้า จิกสายตาใส่ฉัน เหมือนพวกนางร้ายในละครทีวีชอบทำ วินาทีแรก-ฉันงงสุดขีดพร้อมกับนึกในใจว่า "ยายนี่ บ้าหรือเปล่า?" เพราะจะว่าฉันไปเดินชนเธอเข้าก็ไม่ใช่ ในเมื่อ ตำแหน่งที่เราสองคนหยุดยืนนั้นอยู่ห่างกันพอสมควรจนไม่มีอวัยวะส่วนไหนของใครจะมาสัมผัสกันได้
ในวินาทีที่ 2 ความโมโหก็ตามมา ฉันเองค่อนข้าง "ไว" กับสีหน้าท่าทางและน้ำเสียงของคน จึงมักมีปฏิกิริยาโต้ตอบก่อนจะทันคิดให้ถี่ถ้วนเสมอ รวมทั้งพื้นนิสัยก็ไม่ใช่คนดิบดีนัก ด้วยเหตุนั้น ในวินาทีที่ 2 1/2 ฉันจึงยิงสายตาเหยียดๆ ในทำนองเดียวกันกลับไปให้ แล้วเดินผ่านเธอไปเหมือนไม่มีใครอยู่แถวนั้น และไม่ได้สนใจจะหันกลับไปมอง
ฉันเดาเอาว่า สาเหตุที่คุณเชิดเธอตีสีหน้าไม่พอใจใส่ เพราะมี 2-3 คนในบริษัทนั้นที่สนิทสนมรักใคร่กันดีกับฉัน แต่มีความสัมพันธ์ในทางตรงข้ามกับเธอ
แต่ฉันก็ยังว่ามันแปลกอยู่ดีที่จู่ๆ คนๆ หนึ่งจะมาทำกริยาไม่ดีใส่คนอีกคนหนึ่ง เพียงเพราะว่าไม่ชอบใจเพื่อนของคนๆ นั้น
หลังจากนั้น ฉัน "เม้า" เรื่องนี้กับรุ่นน้องคนหนึ่งที่ฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้บ้าแน่ๆ ฉันเห็นด้วยว่าเขาคงไม่สบายทางจิต และยิ่งคิด ฉันก็ยิ่งรู้สึกโกรธเธอน้อยลง เพราะ…
-
ป้าเชิดเธอไม่ใช่สาวๆ คนเราเมื่ออายุมาก รูปร่างหน้าตาก็ไม่ค่อยจะน่าดู
-
ป้าเชิดเธอไม่ใช่คนหน้าตาดี สีหน้า แววตาของเธอเป็นไปในทางที่คนใกล้ตัวฉันมักให้นิยามกันว่า "เค็ม" ซึ่งว่าไปแล้วก็ไม่ใช่สิ่งน่ามองเท่าไหร่
-
ป้าเชิดเธอทำหน้าบึ้งหน้างอ เมื่อประกอบกับหน้าตาที่ไม่ดีเป็นทุนเดิม ก็เลยยิ่งไม่เจริญตาเข้าไปใหญ่
ลองคิดดูสิ ป้าเชิดเธอทั้งแก่ ทั้งไม่สวยแล้วยังทำหน้าบึ้ง แถมป่วยทางจิต อย่างนี้ ฉันไม่น่าไปโกรธเขาเลยนะ
ฉันควรจะรู้สึกสงสารเขามากกว่า.
tweatypup©2006
